ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันพฤหัสบดี (28 ส.ค.) เป็นวันที่สามติดต่อกัน โดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มเทคโนโลยีกดดันตลาด ขณะที่นักลงทุนประเมินผลประกอบการของบริษัทผลิตชิปรายใหญ่อย่าง Nvidia ของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดตลาดที่ระดับ 9,216.82 จุด ลดลง 38.68 จุด หรือ -0.42%
หุ้น Drax Group ร่วง 7.5% หลังหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของอังกฤษสอบสวนการเปิดเผยข้อมูลการจัดหาชีวมวลของบริษัท ขณะที่หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคอื่น ๆ ก็ปรับตัวลงด้วย โดยหุ้น Centrica และหุ้น SSE ต่างลดลง 1.5%
ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีลดลง 1.4% ตามทิศทางตลาดโลก หลังผลประกอบการของ Nvidia ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดยหุ้น Hochschild และหุ้น Endeavour Mining ต่างก็ปรับตัวลงราว 2%
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเหมืองแร่อุตสาหกรรมช่วยพยุงตลาด โดยหุ้น Anglo American และหุ้น Rio Tinto ปรับตัวขึ้น 2.9% และ 1.5% ตามลำดับ
สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น PPHE Hotel ร่วงหนักที่สุดถึง 16.2% หลังรายงานกำไรครึ่งปีแรกลดลง ขณะที่หุ้น GSK ลดลง 1.2% แม้หน่วยงานกำกับดูแลด้านยาของอังกฤษอนุมัติยาเม็ดปฏิชีวนะชนิดใหม่ Blujepa สำหรับรักษาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในสตรี
หุ้น Softcat ซึ่งเป็นบริษัทด้าน IT พุ่งขึ้น 3.8% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของผลกำไรประจำปีเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 6 เดือน
ด้านสมาพันธ์อุตสาหกรรมอังกฤษ (CBI) เปิดเผยว่า ธุรกิจบริการรายงานความเชื่อมั่นและกิจกรรมที่ลดลงในเดือนส.ค. พร้อมเรียกร้องให้ เรเชล รีฟส์ รัฐมนตรีคลังอย่าเพิ่มภาระด้านภาษีนิติบุคคล