ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันจันทร์ (5 ม.ค.) เหนือระดับ 10,000 จุดเป็นครั้งแรก โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นเหมืองแร่โลหะมีค่าและหุ้นกลุ่มกลาโหม หลังสหรัฐฯ จับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,004.57 จุด เพิ่มขึ้น 53.43 จุด หรือ +0.54%
การทำสถิติสูงสุดใหม่ของตลาดหุ้นลอนดอนเกิดขึ้นต่อเนื่องจากปี 2568 ที่แข็งแกร่ง ซึ่ง FTSE 100 ให้ผลตอบแทนดีกว่าทั้งดัชนี STOXX 600 ของยุโรป และดัชนี S&P500 ของสหรัฐฯ โดยหลัก ๆ มาจากการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของหุ้นที่อิงกับสินค้าโภคภัณฑ์ และความคาดหวังว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม
ความเคลื่อนไหวในวันจันทร์เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นยุโรปอื่น ๆ โดย STOXX 600 และ S&P500 ต่างเพิ่มขึ้นราว 1%
สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและเงินพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนีหุ้นเหมืองแร่โลหะมีค่า ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ทำผลงานโดดเด่นในปี 2568 พุ่งขึ้น 4.6%
ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังหนุนหุ้นกลุ่มอากาศยานและกลาโหมพุ่งขึ้น 3.8% โดยหุ้น BAE Systems และ Babcock International ต่างพุ่งขึ้นมากกว่า 5% ขณะที่หุ้น Chemring พุ่งขึ้น 4.1%
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน หลังนักลงทุนประเมินผลกระทบจากข่าวที่เกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ อย่างไรก็ดี หุ้นพลังงานขนาดใหญ่อย่าง Shell และ BP ปิดลดลงเล็กน้อย
สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Ashmore ปิดพุ่งขึ้น 6.7% แม้อ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดระหว่างวัน โดยบริษัทจัดการกองทุนตลาดเกิดใหม่รายนี้ถือครองตราสารหนี้เวเนซุเอลา ซึ่งปรับตัวขึ้นหลังการจับกุมมาดูโร
หุ้น Auction Technology ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มประมูลออนไลน์ พุ่งขึ้น 25% หลังบริษัทปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการจาก FitzWalter Capital ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยระบุว่าข้อเสนอดังกล่าวประเมินมูลค่าบริษัทต่ำเกินไป
ขณะที่หุ้น Bunzl ร่วงลง 1% หลัง Exane BNP Paribas ปรับลดคำแนะนำลงทุนในหุ้นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ธุรกิจรายนี้เป็น neutral จาก outperform