ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดลบ 74.52 จุด กลุ่มพลังงานแบงก์กดดันตลาด

ข่าวต่างประเทศ Thursday January 8, 2026 06:57 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันพุธ (7 ม.ค.) โดยถูกกดดันจากแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงานและการเงิน ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าของสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลา

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,048.21 จุด ลดลง 74.52 จุด หรือ -0.74%

หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง 3.3% หลังราคาน้ำมันดิบลดลงจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ระบุว่าสามารถบรรลุข้อตกลงนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลามูลค่าสูงสุด 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ร่วงลง 2.3% หลังปรับขึ้นติดต่อกันมา 3 วัน โดยหุ้น NatWest Group ร่วงลง 4.3% หลัง Barclays ปรับลดคำแนะนำการลงทุนเป็นเทียบเท่าตลาด จากเดิมให้น้ำหนักมากกว่าตลาด

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าปรับตัวลงแรงที่สุด ร่วงลง 4.2% ตามราคาทองคำที่ลดลงมากกว่า 1%

ขณะที่หุ้นกลุ่มกลาโหมพุ่งขึ้น 1.7% จากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเวเนซุเอลาเมื่อต้นสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ ในวันพุธ สหรัฐฯ ได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่ชักธงรัสเซียและเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลาในมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางเชิงรุกของทรัมป์ในการกำหนดทิศทางการไหลเวียนของน้ำมันในทวีปอเมริกา และกดดันให้รัฐบาลสังคมนิยมของเวเนซุเอลาหันมาเป็นพันธมิตร

ตลาดหุ้นสหราชอาณาจักรเริ่มต้นปีด้วยความแข็งแกร่ง โดยดัชนี FTSE ทะลุระดับ 10,000 จุดเป็นครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังนักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้

สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Topps Tiles พุ่งขึ้น 4.3% หลังผู้ค้าปลีกกระเบื้องรายงานรายได้ไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 3.7% โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่ยังแข็งแกร่งจากกลุ่มผู้รับเหมาและช่างก่อสร้าง

หุ้น Edinburgh Worldwide Investment Trust พุ่งขึ้น 2.9% หลัง Saba Capital ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด ออกมาเรียกร้องให้นักลงทุนลงคะแนนเลือกคณะกรรมการอิสระชุดใหม่อีกครั้ง ภายหลังจากที่มีการขายสัดส่วนการถือหุ้นใน SpaceX ออกไปในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ