ดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P 500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) โดยตลาดได้ปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตยุทโธปกรณ์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้มีการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมสู่ระดับสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบเนื่องจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,266.11 จุด เพิ่มขึ้น 270.03 จุด หรือ +0.55%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,921.46 จุด เพิ่มขึ้น 0.53 จุด หรือ +0.01% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,480.02 จุด ลดลง 104.26 จุด หรือ -0.44%
ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียลในวันพุธว่า งบประมาณของกองทัพสหรัฐฯ ในปี 2570 ควรอยู่ที่ระดับ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่างบประมาณ 9.01 แสนล้านดอลลาร์ที่สภาคองเกรสอนุมัติสำหรับปี 2569 อย่างมีนัยสำคัญ โดยปธน.ทรัมป์อ้างว่า งบประมาณที่ระดับดังกล่าวจะทำให้สหรัฐฯ มีความปลอดภัยและมั่นคง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและอันตราย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของปธน.ทรัมป์ส่งผลให้หุ้นบริษัทผลิตยุทโธปกรณ์ฟื้นตัว หลังจากที่หุ้นกลุ่มนี้ร่วงลงเมื่อวันพุธ ภายหลังจากที่ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะไม่อนุญาตให้บริษัทผู้ผลิตยุทโธปรณ์จ่ายเงินปันผลหรือซื้อหุ้นคืน จนกว่าบริษัทในกลุ่มนี้จะแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการผลิตยุทโธปกรณ์ทางการทหาร
ทั้งนี้ หุ้น Lockheed Martin พุ่งขึ้น 4.3%, หุ้น Northrop Grumman ปรับตัวขึ้น 2.4% หุ้น Kratos Defense ทะยานขึ้น 13.8% และหุ้น General Dynamics ปรับตัวขึ้น 1.68%
หุ้น Ford ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 4.7% หลังจากนักวิเคราะห์ของ Piper Sandler ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนของหุ้น Ford สู่ระดับ "Overweight" จากเดิม "Neutral"
อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบหลังจากหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ปรับตัวลง โดยหุ้น Nvidia ร่วงลง 2.2%, หุ้น Broadcom ดิ่งลง 3.2% และหุ้น Microsoft ปรับตัวลง 1.1%
ส่วนดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีใน S&P500 ลดลง 1.5% ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มดังกล่าวปรับตัวลงประมาณ 1% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่ในธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หุ้นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำที่ขับเคลื่อนด้วย AI ปิดตลาดอ่อนแรงลง หลังจากที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งก่อนหน้านี้ โดยหุ้น SanDisk ร่วงลง 5.4%, หุ้น Western Digital ร่วงลง 6.1% และหุ้น Seagate ดิ่งลง 7.7%
ฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยประมาณการว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะขยายตัว 2.1% ในปี 2568 และคาดว่า GDP ในปี 2569 จะขยายตัว 2.0% หลังจากที่นำเอาข้อมูลเศรษฐกิจที่ล่าช้าอันเนื่องมาจากการปิดหน่วยงานของรัฐบาลในปีที่แล้ว มาใช้ในการประเมินด้วย
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 8,000 ราย สู่ระดับ 208,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 213,000 ราย
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2569
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 64,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 4.5% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 4.6% ในเดือนพ.ย.