ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเล็กน้อยในวันอังคาร (13 ม.ค.) หลังนักลงทุนประเมินข้อมูลผลประกอบการของบริษัทที่ออกมาหลากหลายทิศทาง รวมถึงข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในอิหร่านและเวเนซุเอลา
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,137.35 จุด ลดลง 3.35 จุด หรือ -0.03%
รายงานเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.7% โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำข้อมูลดังกล่าวมาใช้สนับสนุนมุมมองว่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำมาก และเปิดช่องให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ได้ พร้อมทั้งกลับมาวิพากษ์วิจารณ์ เจอโรม พาวเวล ประธานเฟดอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะไม่เปลี่ยนแปลงในเดือนนี้ โดยมองว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ช่วง 3.50%-3.75% ในการประชุมวันที่ 27-28 ม.ค. นี้
ดัชนีหุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซพุ่งขึ้น 2.3% โดยหุ้น BP และ Shell ต่างปรับตัวขึ้นราว 2% หลังราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับการส่งออกที่อาจลดลงจากอิหร่านและเวเนซุเอลา
ดัชนีหุ้นกลุ่มโลหะมีค่าและเหมืองแร่เพิ่มขึ้น 0.7% หลังราคาทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่ จากความหวังที่กลับมาอีกครั้งเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
การคาดการณ์ด้านเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรลดลงมาอยู่ที่ 3.6% ในเดือนธ.ค. แต่ Citi ระบุว่า การลดลงดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอที่จะคลายความกังวลของผู้กำหนดนโยบายธนาคารกลางอังกฤษเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมายที่ระดับ 2%
หุ้น Smith & Nephew ร่วงลง 4% หลังผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์รายนี้ประกาศเข้าซื้อกิจการ Integrity Orthopaedics ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐฯ ในดีลที่อาจมีมูลค่าสูงสุดถึง 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การปรับตัวลงของหุ้นดังกล่าวกดดันดัชนีหุ้นกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์ร่วงลง 3.8% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์โดยรวมลดลง 0.7% โดยหุ้น AstraZeneca ปรับตัวลง 0.8%
ดัชนีหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคก็อ่อนแอลงเช่นกัน โดยลดลง 1.8%
หุ้น Raspberry Pi ร่วงลง 2.3% หลังผู้ผลิตคอมพิวเตอร์บอร์ดเดี่ยวระบุว่า แนวโน้มปี พ.ศ. 2569 ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากความผันผวนของอุปทานและราคาหน่วยความจำ
ขณะที่หุ้น Whitbread พุ่งขึ้น 7% สูงสุดในบรรดาหุ้นรายตัวของดัชนี FTSE 100 หลังผู้ประกอบการโรงแรมคาดว่า ผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีธุรกิจตามงบประมาณฤดูใบไม้ร่วงของสหราชอาณาจักร จะต่ำกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้