ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ นำโดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง รับกระแสคาดการณ์ว่า ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น อาจตัดสินใจยุบสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์หน้าเพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไป
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 27,092.98 จุด เพิ่มขึ้น 244.51 จุด หรือ +0.91%, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 4,188.24 จุด เพิ่มขึ้น 49.48 จุด หรือ +1.20% และดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 54,413.92 จุด เพิ่มขึ้น 864.76 จุด หรือ +1.61%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 0.14% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ขยับลง 0.02%
อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังจากคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดการสอบสวนทางอาญาต่อเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เกี่ยวกับโครงการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของเฟดในกรุงวอชิงตัน ดีซี มูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์
การดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลทรัมป์ส่งผลให้บรรดาผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลก รวมถึงคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป และแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อแสดงการสนับสนุนพาวเวล ท่ามกลางความกังวลที่ว่ารัฐบาลทรัมป์อาจเข้าแทรกแซงนโยบายการเงินของเฟด
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเช้านี้ สำนักงานศุลกากรจีน (GAC) รายงานว่า ยอดส่งออกเดือนธ.ค.พุ่งขึ้น 6.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี มากกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3% และแข็งแกร่งกว่าในเดือนพ.ย.ที่เพิ่มขึ้น 5.9%
ขณะที่ยอดนำเข้าเดือนธ.ค.ปรับตัวขึ้น 5.7% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยับขึ้นเพียง 0.9% และเป็นการขยายตัวที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 3 เดือน หรือนับตั้งแต่เดือนก.ย. ส่งผลให้จีนมียอดเกินดุลการค้าในเดือนธ.ค.ที่ระดับ 1.14 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน
ตลอดปี 2568 ยอดส่งออกของจีนเพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดนำเข้าทรงตัว ส่งผลให้จีนมียอดเกินดุลการค้าในปี 2568 อยู่ที่ 1.19 ล้านล้านดอลลาร์