ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบ 42.36 จุด, Nasdaq ดิ่งหนัก จากแรงขายหุ้นแบงก์-หุ้นเทคฯ

ข่าวต่างประเทศ Thursday January 15, 2026 06:27 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ในวันพุธ (14 ม.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดร่วงลงกว่า 200 จุด เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และหันไปซื้อหุ้นปลอดภัย (defensive stocks) ส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากธนาคารต่าง ๆ เปิดเผยผลประกอบการที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,149.63 จุด ลดลง 42.36 จุด หรือ -0.09%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,926.60 จุด ลดลง 37.14 จุด หรือ -0.53% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,471.75 จุด ลดลง 238.12 จุด หรือ -1.00%

ดัชนีกลุ่มธนาคารใน S&P500 ปรับตัวลดลง โดยหุ้น Wells Fargo ร่วงลง 4.6% หลังจากธนาคารเปิดเผยกำไรในไตรมาส 4/2568 ที่ต่ำกว่าคาด

ส่วนหุ้น Citigroup ร่วงลง 3.3% และหุ้น Bank of America ดิ่งลง 3.7% แม้ธนาคารทั้งสองแห่งเปิดเผยกำไรในไตรมาส 4/2568 ที่สูงกว่าคาดก็ตาม

หุ้นกลุ่มการเงินรวมถึงหุ้นธนาคารซึ่งเคยพุ่งสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่งในปี 2568 นั้น ได้ปรับตัวลดลงในสัปดาห์นี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอให้กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ระดับ 10% เป็นเวลา 1 ปี และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.นี้ ส่งผลให้ผู้บริหารของธนาคาร JPMorgan เตือนว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค และส่งผลกระทบต่อกำไรของภาคการเงิน

นักวิเคระห์จาก JonesTrading กล่าวว่า แม้แผนการกำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตอาจจะเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสก่อนที่จะบังคับใช้เป็นกฎหมาย แต่ก็ยังไม่มีผู้บริหารธนาคารคนใดที่ตัดความเป็นไปได้นี้ออกไป

นักวิเคราะห์ยังกล่าวด้วยว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง เนื่องจากนักลงทุนหมุนเวียนการลงทุนออกจากหุ้นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ซึ่งมีราคาแพง ไปยังหุ้นปลอดภัยและหุ้นที่มีมูลค่าเหมาะสม

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P500 ร่วงลง 1.45% ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งถือเป็นหุ้นปลอดภัย ดีดตัวขึ้น 1.18% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 2.2% หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าอุปทานน้ำมันในอิหร่านจะได้รับผลกระทบ หากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน

หุ้นบริษัทเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่าง Broadcom, Palo Alto Networks และ Fortinet ปรับตัวลดลง หลังจากสื่อรายงานว่า ทางการจีนได้แจ้งให้บริษัทต่าง ๆ ของจีนหยุดใช้ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ผลิตโดยบริษัทจากสหรัฐฯ และอิสราเอลประมาณสิบกว่าแห่ง

นักลงทุนซึมซับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ปรับตัวขึ้น 3% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.7% และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ย. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ส่วนยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนพ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนต.ค.

นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมตลอดครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งรวมถึงในการประชุมเดือนม.ค. แต่ก็คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 2 ครั้งก่อนสิ้นปี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ