ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเล็กน้อยในวันศุกร์ (16 ม.ค.) หลังจากทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพฤหัสบดี แต่ยังคงทำผลงานบวกได้ในรอบสัปดาห์นี้ จากแรงหนุนของผลประกอบการที่แข็งแกร่งในกลุ่มการเงิน, ข้อมูลเศรษฐกิจเชิงบวก และความแข็งแกร่งของหุ้นที่อิงกับทรัพยากร
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,235.29 จุด ลดลง 3.65 จุด หรือ -0.04% แต่ปิดบวก 0.1% ในรอบสัปดาห์นี้
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ที่จดทะเบียนในตลาดลอนดอนเป็นแรงกดดันหลักของตลาด โดยหุ้น Glencore ร่วงลง 2.5% และหุ้น Rio Tinto ลดลง 1.8% จากความกังวลต่ออุปสงค์ทองแดงที่ชะลอตัวจากจีนซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุด
ดัชนีกลุ่มผู้ทำเหมืองโลหะมีค่าลดลง 1.2% โดยหุ้น Endeavour Mining ร่วงลง 2.6% และกลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุด
อย่างไรก็ดี หุ้นที่อิงกับทรัพยากรยังเป็นหนึ่งในแรงหนุนสำคัญของการปรับขึ้นทั้งสัปดาห์ หลังความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์กระตุ้นความต้องการทองคำ ขณะที่ความกังวลด้านอุปทานช่วยหนุนราคาทองแดงและโลหะอื่น ๆ ในช่วงต้นสัปดาห์
ดัชนีกลุ่มวาณิชธนกิจและโบรกเกอร์ พุ่งขึ้น 5.3% ในสัปดาห์นี้ จากแรงหนุนของการอัปเดตผลประกอบการที่แข็งแกร่งของผู้จัดการกองทุนอย่าง Ashmore Group และ Schroders
ขณะเดียวกัน การเติบโตของเศรษฐกิจอังกฤษที่แข็งแกร่งขึ้นยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุน ตอกย้ำความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ แม้ก่อนหน้านี้จะมีความกังวลต่อผลกระทบจากแผนงบประมาณของรัฐมนตรีคลังเรเชล รีฟส์
หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศสวนทางตลาดในวันศุกร์ ท่ามกลางความไม่มั่นคงที่กลับมาปะทุในความขัดแย้งรัสเซียยูเครน หลังประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประกาศภาวะฉุกเฉิน และอังกฤษให้คำมั่นมอบความช่วยเหลือด้านพลังงานแก่ยูเครนมูลค่า 20 ล้านปอนด์
ดัชนีหุ้นกลุ่มอากาศยานและการป้องกันประเทศของอังกฤษพุ่งขึ้น 1.25% โดยหุ้น BAE Systems บวก 1.4% และหุ้น Babcock International Group เพิ่มขึ้น 1%