ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าร่วงลงในวันนี้ (19 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้ากับประเทศที่ขัดขวางสหรัฐฯ ในการซื้อเกาะกรีนแลนด์ นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินเยนยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันหุ้นกลุ่มส่งออก
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 53,412.88 จุด ร่วงลง 523.29 จุด หรือ -0.97%
ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิดิ่งลงไปกว่า 800 จุดในช่วงหนึ่งของการซื้อขาย โดยมีปัจจัยลบหลักมาจากความกังวลต่อถ้อยแถลงของปธน.ทรัมป์ ที่ขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศของยุโรป จากประเด็นความขัดแย้งเกี่ยวกับกรีนแลนด์ ซึ่งตลาดมองว่าหากสหรัฐฯ เดินหน้ามาตรการภาษีกับชาติยุโรปจริง จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลก
ปธน.ทรัมป์ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) ว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ สำหรับสินค้าจากเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ เพื่อกดดันในประเด็นกรีนแลนด์ โดยระบุว่าอัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป หากยังไม่มีข้อตกลงให้สหรัฐฯ เข้าซื้อดินแดนดังกล่าว
ขณะเดียวกัน มีแรงเทขายออกมาในหุ้นกลุ่มส่งออก เนื่องจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นจะบั่นทอนผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนเมื่อมีการแปลงรายได้จากต่างประเทศกลับมาเป็นเงินเยน ประกอบกับบรรยากาศการลงทุนยังได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ปิดในแดนลบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 ม.ค.)