ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันจันทร์ (19 ม.ค.) หลังคำขู่ด้านภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ต่อสหราชอาณาจักรและอีก 7 ประเทศในยุโรป สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วตลาดโลก อย่างไรก็ดี ตลาดยังมีปัจจัยบวกจากหุ้นประกัน Beazley ที่พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ จากข้อเสนอซื้อกิจการที่ปรับปรุงเงื่อนไขดีขึ้นจาก Zurich Insurance
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,195.35 จุด ลดลง 39.94 จุด หรือ -0.39%
ทรัมป์ระบุเมื่อวันเสาร์ว่า จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม 10% กับสินค้าจากเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ และสหราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. และจะเพิ่มเป็น 25% ในวันที่ 1 มิ.ย. หากสหรัฐฯ ไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อกรีนแลนด์
การประกาศดังกล่าวสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดโลก และทำให้ความผันผวนกลับมาอีกครั้ง
ประเทศหลักในสหภาพยุโรปประณามคำขู่ด้านภาษีดังกล่าวว่าเป็นการแบล็กเมล ขณะที่ฝรั่งเศสเสนอให้ตอบโต้ด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจหลายรูปแบบที่ไม่เคยนำมาใช้มาก่อน
ด้านเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เรียกร้องให้มีการหารืออย่างใจเย็นเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง
คำขู่เรื่องภาษียังสร้างความไม่แน่นอนให้กับข้อตกลงการค้าที่สหรัฐฯ ทำไว้กับสหราชอาณาจักรในเดือนพ.ค. และกับสหภาพยุโรปในเดือนก.ค. ซึ่งข้อตกลงทั้งสองฉบับนี้ถูกวิจารณ์อยู่แล้วว่ามีลักษณะเอนเอียงเข้าข้างสหรัฐฯ
แรงขายแผ่ขยายทั่วตลาดหุ้นลอนดอน โดยหุ้นกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนปรับตัวลง 1.8%
หุ้นค้าปลีกสินค้าหรูก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยหุ้น Burberry และหุ้น Watches of Switzerland Group ร่วงลง 2.8% และ 2.3% ตามลำดับ
อย่างไรก็ดี กลุ่มประกันวินาศภัยช่วยพยุงตลาดไว้บางส่วน โดย Beazley พุ่งขึ้น 42.9% ทำสถิติสูงสุดใหม่ หลัง Zurich Insurance Group เสนอซื้อกิจการบริษัทประกันเฉพาะทางของสหราชอาณาจักรที่ราคา 1,280 เพนนีต่อหุ้น
หุ้นในกลุ่มเดียวกันอย่าง Hiscox และ Lancashire ก็พุ่งขึ้น 9.1% และ 4% ตามลำดับ
นอกจากนี้ หุ้นเหมืองโลหะมีค่าพุ่งขึ้น 3.1% หลังราคาทองคำและเงินทำสถิติสูงสุดใหม่จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย