ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันทำการที่ 5 ในวันนี้ (21 ม.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปในประเด็นเรื่องกรีนแลนด์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 52,774.64 จุด ลดลง 216.46 จุด หรือ -0.41% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่อง 5 วันทำการเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2568
หุ้นลบนำตลาดได้แก่ กลุ่มธนาคาร กลุ่มประกันภัย และกลุ่มบริการ
บรรดาโบรกเกอร์ระบุว่า ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากการออกมาข่มขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ฉุดดัชนีนิกเกอิร่วงลงเกือบ 800 จุดในระหว่างวัน อย่างไรก็ตาม ดัชนีสามารถฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนเนื่องจากมีแรงซื้อคืนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีน้ำหนักต่อตลาดมาก
ชิฮิโระ โอตะ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปฝ่ายวิจัยการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ เอสเอ็มบีซี นิกโก (SMBC Nikko Securities Inc.) กล่าวว่า ดัชนีนิกเกอิปรับตัวลงเกือบ 3% ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนเริ่มวิตกเกี่ยวกับความร้อนแรงของตลาดในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งขานรับความคาดหวังว่าชัยชนะของพรรคร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในการเลือกตั้งก่อนกำหนดเดือนหน้า จะเป็นปัจจัยหนุนนโยบายการใช้จ่ายด้านการคลังเชิงรุกของรัฐบาล
นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินอื่น ๆ หลังจากความหวังเรื่องการยกระดับความสามารถในการทำกำไรเริ่มลดน้อยลง ภายหลังซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกลุ่มดังกล่าว