ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันพุธ (28 ม.ค.) โดยถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มเฮลท์แคร์ โดยไม่ได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ช่วยดันดัชนีตลาดหุ้นวอลล์สตรีทก่อนหน้านี้ ขณะที่นักลงทุนระมัดระวังในการซื้อขายก่อนการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,154.43 จุด ลดลง 53.37 จุด หรือ -0.52%
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ดูเหมือนจะเกิดการโยกย้ายการลงทุนออกจากหุ้นยุโรปและสหราชอาณาจักร ไปสู่หุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ก่อนการประกาศผลประกอบการ ซึ่งกดดันดัชนี FTSE 100 และเป็นครั้งแรกที่ผลักดันให้ดัชนี S&P 500 ทะลุระดับ 7,000 จุด และดัชนี Nasdaq 100 ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยดัชนี FTSE 100 มีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีน้อยกว่าดัชนีตลาดหุ้นของสหรัฐฯ
หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ร่วงลง 2.4% และเป็นปัจจัยฉุดดัชนี FTSE 100 มากที่สุด โดยหุ้นบริษัทยา Oxford Nanopore Technology และหุ้น AstraZeneca ร่วงลง 4.9% และ 2.7% ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มธนาคารลดลง 1.3% โดยหุ้น Barclays ร่วง 2% ส่วนหุ้น HSBC Holdings ลดลง 1.5%
หุ้นกลุ่มสินค้าหรูยังถูกกดดัน หลัง LVMH กลุ่มสินค้าหรูรายใหญ่ของฝรั่งเศส ร่วงลง 7.9% หลังเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ที่ทำลายความหวังของนักลงทุนเกี่ยวกับการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของอุปสงค์สินค้าหรู ประกอบกับมุมมองที่ระมัดระวังจาก แบร์นาร์ อาร์โนลต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยหุ้น Burberry และหุ้น Dr. Martens ร่วงลง 4.7% และ 1.8% ตามลำดับ
อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าพุ่งขึ้น 2.2% โดยฟื้นตัวจากการปรับตัวลงในวันอังคาร หลังราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเหนือระดับ 5,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 1.2% โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนก.ย. โดยหุ้น Shell และ BP ปรับตัวขึ้นราว 1% โดยทั้งสองบริษัทกำลังยื่นขอใบอนุญาตจากสหรัฐฯ เพื่อสกัดก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิตในตรินิแดดและโตเบโก รวมถึงเวเนซุเอลา ตามการเปิดเผยของ รูดัล มูนิลาล รัฐมนตรีพลังงานของตรินิแดดและโตเบโกในภูมิภาคแคริบเบียน
หุ้น Pets at Home พุ่งขึ้น 5.4% หลังผู้ค้าปลีกสินค้าและบริการดูแลสัตว์เลี้ยงยืนยันคาดการณ์กำไรทั้งปี แม้รายงานรายได้ไตรมาส 3 ลดลง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับลดราคาในฐานะส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ฟื้นฟูกิจการค้าปลีก
สำหรับความสนใจของตลาดมุ่งไปที่การแถลงนโยบายของเฟดหลังปิดตลาด โดยนักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม