ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ประกาศหยุดการซื้อขายชั่วคราว (Circuit breaker) ในวันนี้ (2 ก.พ.) หลังจากดัชนี KOSPI ร่วงลงกว่า 5% เนื่องจากความวิตกกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เสนอชื่อ เควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต่อจากเจอโรม พาวเวล โดยวอร์ช ถือเป็นเจ้าหน้าที่เฟดสายเหยี่ยว หรือมีจุดยืนสนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงิน
ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีรายงานในวันนี้ว่า ดัชนี KOSPI เปิดตลาดที่ระดับ 5,122.62 จุด ลดลง 1.95% จากระดับปิดครั้งก่อน เมื่อการซื้อขายดำเนินต่อไป ดัชนี KOSPI ก็ร่วงลงรุนแรงขึ้น โดยดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดที่ 4,933 จุดในช่วงบ่าย หรือลดลง 5.5% ซึ่งถือเป็นการหลุดระดับแนวรับทางจิตวิทยาที่ 5,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เซสชัน
ในเวลาเดียวกัน ดัชนี KOSDAQ เปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,128.57 จุด ลดลง 1.82% โดยดัชนีมีการแกว่งตัวและผันผวนเป็นวงกว้าง ในขณะที่นักลงทุนพยายามมองหาปัจจัยที่สมดุลระหว่างเม็ดเงินไหลเข้าจากนักลงทุนรายย่อยกับการเทขายจากนักลงทุนสถาบัน
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีจึงได้ประกาศใช้กลไกเซอร์กิตเบรกเกอร์ฝั่งขาย (sell-side circuit breaker) เมื่อเวลา 12.31 น.ตามเวลาท้องถิ่น โดยกลไกนี้จะถูกเปิดใช้งานในดัชนี KOSPI เมื่อสัญญาฟิวเจอร์ส KOSPI 200 บันทึกการแกว่งตัวของราคาหุ้นเกินกว่า 5% จากวันก่อนหน้าภายในระยะเวลาเพียง 1 นาที