ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวพลิกปิดร่วงในแดนลบในวันนี้ (2 ก.พ.) โดยแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้ฉุดตลาดลง และหักล้างปัจจัยบวกจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มส่งออกที่ได้รับอานิสงส์จากเงินเยนอ่อนค่า หลังคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ถูกมองว่าเป็นการสนับสนุนการอ่อนค่าของเงินเยน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 52,655.18 จุด ลดลง 667.67 จุด หรือ -1.25%
หุ้นที่ปรับตัวลงได้แก่ หุ้นกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ กลุ่มเหมืองแร่ และกลุ่มธนาคาร
ค่าเงินเยนร่วงลงไปแตะช่วงกลางของระดับ 155 เยนต่อดอลลาร์ในช่วงสั้น ๆ หลังนายกฯ ทาคาอิจิกล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (31 ม.ค.) ว่า การอ่อนค่าของเงินเยนในช่วงที่ผ่านมานั้น ได้ช่วยกระตุ้นภาคการส่งออกและเพิ่มผลตอบแทนจากบัญชีบริหารจัดการทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของรัฐบาล ซึ่งการแสดงความเห็นดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปของญี่ปุ่นจะมีขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาเงินเยนได้ขยับแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับกลาง 154 เยนต่อดอลลาร์
ขณะเดียวกัน ราคาทองคำในประเทศญี่ปุ่นที่กำหนดโดย Tanaka Precious Metal Technologies ดิ่งลงแตะระดับ 26,712 เยน (172 ดอลลาร์) ต่อกรัม หรือร่วงลงถึง 11.7% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 30,248 เยนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (29 ม.ค.) ตามทิศทางราคาทองคำฟิวเจอร์ในตลาดนิวยอร์กที่ทรุดตัวลงอย่างหนักเมื่อปลายสัปดาห์
เหล่าโบรกเกอร์ชี้ว่า ก่อนหน้านี้มีแรงซื้อทองคำเข้ามาในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังถูกกดดันอย่างหนักจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม การที่ปธน.ทรัมป์ตัดสินใจเสนอชื่อ เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟดสายเหยี่ยว ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ ได้กลายเป็นปัจจัยหนุนให้นักลงทุนหันกลับไปถือครองดอลลาร์และเทขายทองคำออกมา
โบรกเกอร์ระบุว่า ในช่วงเช้าดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีแรงซื้อหุ้นยานยนต์ที่พึ่งพาการส่งออกอย่าง Toyota Motor ขานรับเงินเยนอ่อนค่า รวมถึงความหวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะสามารถดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัวภายใต้การนำของนายกฯ ทาคาอิจิ หลังการเลือกตั้ง ซึ่งรายงานล่าสุดระบุว่าพรรครัฐบาลมีแนวโน้มจะรักษาเสียงข้างมากในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ (8 ก.พ.) ได้
อย่างไรก็ตาม ตลาดกลับเข้าสู่แดนลบในช่วงบ่าย เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มไฮเทคขนาดใหญ่เพื่อลดความเสี่ยง หลังราคาปรับตัวขึ้นในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับสัญญาฟิวเจอร์ดัชนี Nasdaq ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ทำให้เกิดความกังวลว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจร่วงลงตาม
มาซาฮิโระ อิจิกาวะ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของบริษัท ซูมิโตโม มิตซุย ดีเอส แอสเซต แมเนจเมนต์ ให้ความเห็นว่า "หุ้นร่วงลงเนื่องจากนักลงทุนลดความคาดหวังเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐฯ หลังผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นประธานเฟดคนใหม่ถูกมองว่ามีท่าทีสายเหยี่ยว"