ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ (2 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของหุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มเฮลท์แคร์ ขณะที่นักลงทุนมองข้ามความผันผวนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ในช่วงต้นสัปดาห์ที่อัดแน่นไปด้วยการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 617.31 จุด เพิ่มขึ้น 6.31 จุด หรือ +1.03%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,181.17 จุด เพิ่มขึ้น 54.64 จุด หรือ +0.67%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,797.52 จุด เพิ่มขึ้น 258.71 จุด หรือ +1.05% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,341.56 จุด เพิ่มขึ้น 118.02 จุด หรือ +1.15%
ตลาดหุ้นยุโรปเปิดลบในช่วงแรก ก่อนจะค่อย ๆ ฟื้นตัวตลอดทั้งวัน หลังแรงเทขายในโลหะมีค่าที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เริ่มผ่อนคลายลง การร่วงลงของราคาทองคำและโลหะเงินก่อนหน้านี้ทำให้นักลงทุนต้องขายสินทรัพย์อื่นเพื่อนำเงินไปชดเชยการขาดทุน ส่งผลกดดันบรรยากาศการลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม เมื่อแรงขายในโลหะมีค่าเริ่มทรงตัว ดัชนีย่อยส่วนใหญ่กลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวก
หุ้นกลุ่มธนาคารนำตลาดปรับตัวขึ้น โดยดัชนีความผันผวน euro STOXX ลดลงราว 3 จุด ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น 2% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551
ในขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ปรับตัวขึ้น 1.3% โดยหุ้น AstraZeneca พุ่งขึ้น 3.2% หลังบริษัทยายักษ์ใหญ่รายนี้เสร็จสิ้นการย้ายไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก จากเดิมที่จดทะเบียนใน Nasdaq
หุ้นกลุ่มทรัพยากรพื้นฐานซึ่งร่วงลงมากถึง 2% พลิกกลับมาปิดตลาดด้วยการปรับตัวขึ้น 0.8%
ราคาทองคำและโลหะเงินปรับตัวลงต่อเนื่อง หลังการปรับเพิ่มข้อกำหนดเงินวางประกันของ CME เพิ่มแรงกดดันการขาย ต่อเนื่องจากแรงเทขายในสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีชนวนมาจากการเสนอชื่อ เควิน วอร์ช ให้รับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ โดยนักลงทุนมองว่า วอร์ช มีท่าทีเข้มงวดด้านนโยบายการเงินมากขึ้น ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า และลดความน่าสนใจของโลหะมีค่าสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น
หุ้น Pandora ผู้ผลิตเครื่องประดับจากเดนมาร์ก พุ่งขึ้น 9.2% โดยได้แรงหนุนจากการร่วงลงของราคาโลหะเงิน
ในทางตรงกันข้าม หุ้นกลุ่มอากาศยานและกลาโหมปรับตัวลง 0.4%
ดัชนี STOXX 600 เริ่มต้นปี 2569 อย่างแข็งแกร่ง และปรับขึ้นแล้ว 4.2% นับตั้งแต่ต้นปี ทำผลงานดีกว่าดัชนีอ้างอิงของสหรัฐฯ อย่าง S&P500 ซึ่งปรับขึ้นราว 2% โดยการปรับตัวดีกว่าของตลาดยุโรปได้รับแรงหนุนหลักจากการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และกลุ่มกลาโหม รวมถึงผลประกอบการเชิงบวกของบางบริษัท
นักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่การประกาศผลประกอบการ โดยราว 30% ของบริษัทในดัชนี STOXX 600 มีกำหนดรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้
สำหรับหุ้นรายตัวที่เคลื่อนไหวโดดเด่นนั้น หุ้นธนาคาร BFF ร่วงลง 45% หลังธนาคารอิตาลีรายนี้ประกาศว่าประธานเจ้าหน้าที่บริหารจะลาออกจากตำแหน่ง และปรับลดเป้าหมายทางการเงินสำหรับปี 2569
หุ้น Capgemini บริษัทไอทีของฝรั่งเศส พุ่งขึ้น 2.4% หลังระบุว่าจะขาย Capgemini Government Solutions บริษัทในเครือซึ่งอยู่ในสหรัฐฯ