ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าวันนี้ (4 ก.พ.) ปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ ตามทิศทางตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ร่วงลงหลังจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
ดัชนีนิกเกอิญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 54,391.58 จุด ลดลง 329.08 จุด หรือ -0.60% ดัชนีฮั่งเส็งปิดภาคเช้าที่ระดับ 26,724.94 จุด ลดลง 109.83 จุด หรือ -0.41% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 4,067.67 จุด ลดลง 0.06 จุด หรือ -0.001%
ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวขึ้น 0.45% และดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้บวก 0.76%
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นำโดยหุ้น Lasertec ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ ร่วงลง 7% ขณะที่หุ้น Konami Group ผู้ผลิตเกม ดิ่งลง 5.8% และหุ้น Tokyo Electron ยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ ร่วงลง 3.2%
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงเช้านี้ ผลสำรวจของ S&P Global ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของจีน หรือ RatingDog China Services PMI ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 52.3 ในเดือนม.ค. จากระดับ 52 ในเดือนธ.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะทรงตัว
ทั้งนี้ ดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคบริการของจีนมีการขยายตัว
ขณะที่สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ออกแถลงการณ์ระบุว่า BLS ไม่มีการเผยแพร่ผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ในวันอังคารที่ 3 ก.พ. อันเนื่องมาจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วน นอกจากนี้ รายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนม.ค. ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.นี้ ก็จะถูกเลื่อนออกไปเช่นกัน
อย่างไรก็ดี ขณะนี้การชัตดาวน์ในสหรัฐฯ ได้ยุติลงแล้ว หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณฉบับรวมในวันอังคาร โดยร่างกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรมาได้อย่างฉิวเฉียดในช่วงเช้าวันอังคาร หลังจากที่ได้รับการรับรองจากวุฒิสภาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (30 ม.ค.)