ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันจันทร์ (9 ก.พ.) โดยแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจากหุ้น NatWest ที่ปรับตัวลง หลังบริษัทตกลงเข้าซื้อกิจการบริษัทบริหารความมั่งคั่ง Evelyn Partners ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงจำกัดกรอบการปรับตัวขึ้นของตลาด
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,386.23 จุด เพิ่มขึ้น 16.48 จุด หรือ +0.16%
บรรยากาศการลงทุนในตลาดปรับตัวดีขึ้น หลังจากการเทขายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากความกังวลว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อาจเข้ามากระทบรูปแบบธุรกิจของบริษัทซอฟต์แวร์และบริการข้อมูล
หุ้นเหมืองโลหะมีค่าที่จดทะเบียนในลอนดอนพุ่งขึ้น 5.3% หลังราคาทองคำปรับขึ้นเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองแดงก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มเหมืองโลหะอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น 3.8%
ความกังวลทางการเมืองเพิ่มขึ้น หลัง มอร์แกน แม็กสวีนีย์ หัวหน้าคณะทำงานของนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันอาทิตย์ โดยระบุว่าตนขอรับผิดชอบต่อคำแนะนำให้สตาร์เมอร์ตั้ง ปีเตอร์ แมนเดลสัน เป็นเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐฯ แม้ทราบถึงความเชื่อมโยงในอดีตกับของแมนเดลสัน กับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้กระทำผิดทางเพศ
สตาร์เมอร์ปฏิเสธในวันจันทร์ที่จะลาออกตามเสียงเรียกร้อง แม้กระทั่งจากผู้นำพรรคของตนเองในสกอตแลนด์ ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่าเขาได้รับความนิยมจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งลดลงอย่างมาก หลังจากมีการกลับลำในนโยบายหลายครั้ง นอกจากนี้ ต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวของรัฐบาลยังปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สะท้อนว่าตลาดอาจมองว่าสตาร์เมอร์มีความเสี่ยงที่จะถูกกดดันให้ออกจากตำแหน่ง
นักเศรษฐศาสตร์จาก Jefferies ระบุว่า แรงกดดันทางการเมืองต่อสตาร์เมอร์ให้ลาออกกำลังเพิ่มขึ้น และหากมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผู้สืบทอดตำแหน่งมีแนวโน้มจะมาจากฝ่ายซ้าย ซึ่งอาจกดดันค่าเงินและผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว
ธนาคารกลางอังกฤษคงอัตราดอกเบี้ยไว้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เป็นผลจากการลงมติที่สูสีเกินคาดที่ 5 ต่อ 4 เสียง พร้อมส่งสัญญาณว่าต้นทุนการกู้ยืมอาจปรับลดลง หากอัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงต่อเนื่อง
ข้อมูลเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ รวมถึงยอดค้าปลีกเดือนม.ค. และตัวเลขจีดีพีเดือนธ.ค. อาจช่วยให้เห็นทิศทางนโยบายการเงินได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ด้านหุ้นรายตัว หุ้น NatWest Group ร่วงลงเกือบ 6% หลังบริษัทตกลงเข้าซื้อ Evelyn Partners ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทบริหารความมั่งคั่งรายใหญ่ของอังกฤษ ด้วยมูลค่า 2.7 พันล้านปอนด์รวมภาระหนี้ คิดเป็นราว 3.68 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
หุ้น Greggs ปรับตัวลง 2.4% หลัง Jefferies เตือนว่ายาลดน้ำหนักอาจจำกัดการเติบโตของยอดขาย จากการลดความต้องการบริโภคของลูกค้าร้านเบเกอรี่ของบริษัท