ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร (17 ก.พ.) หลังมีสัญญาณว่าตลาดแรงงานอังกฤษเริ่มชะลอตัว ซึ่งจุดประกายความหวังว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือนหน้า ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มโลหะที่ปรับตัวลงกดดันหุ้นกลุ่มเหมืองแร่
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,556.17 จุด เพิ่มขึ้น 82.48 จุด หรือ +0.79%
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษระบุว่า อัตราว่างงานของอังกฤษเพิ่มขึ้นสู่ 5.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าทศวรรษหากไม่นับช่วงการแพร่ระบาด ขณะที่การเติบโตของค่าจ้างชะลอลงอีกครั้ง
เงินปอนด์อ่อนค่าลง 0.6% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังนักลงทุนให้น้ำหนักราว 80% ว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% เพิ่มขึ้นจาก 65% เมื่อวันจันทร์
นักวิเคราะห์คาดว่า จะมีการลดดอกเบี้ย 2 ครั้งภายในช่วงฤดูร้อน คือในเดือนมี.ค. และเดือนมิ.ย. ซึ่งสอดคล้องกับตลาดแรงงานที่อ่อนตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเงินเฟ้อที่ชะลอลง เปิดทางให้ธนาคารกลางอังกฤษสนับสนุนเศรษฐกิจได้มากขึ้น โดยส่วนหนึ่งของการที่ FTSE ทำผลงานโดดเด่นในวันนี้ สะท้อนความคาดหวังว่าธนาคารกลางอังกฤษจะให้การสนับสนุนเพิ่มเติมแก่เศรษฐกิจสหราชอาณาจักร
ข้อมูลเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภคเดือนม.ค. ซึ่งจะเปิดเผยในวันพุธนี้ อาจให้เบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลาง
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ผ่อนคลายลงบ้าง หลังอิหร่านและสหรัฐฯ บรรลุความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการชี้นำหลักในการเจรจาเพื่อคลี่คลายข้อพิพาทด้านนิวเคลียร์
หุ้นกลุ่มกลาโหมเผชิญแรงกดดันจากคาดการณ์อุปสงค์ที่อ่อนแอลง ส่วนหุ้นเหมืองแร่โลหะมีค่าร่วงลง 2.8% ตามแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่ลดลง
Antofagasta รายงานกำไรหลักประจำปีพุ่งขึ้น 52% อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นร่วงลง 3.4% ตามราคาทองแดงที่อ่อนตัว
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 2.2% หลังเผชิญความผันผวนที่เกี่ยวข้องกับ AI ในตลาดโลกเมื่อสัปดาห์ก่อน โดย RELX และ Experian ต่างพุ่งขึ้นมากกว่า 2%
หุ้น Plus500 ร่วงลง 5.2% หลังแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์หลายประเภทเปิดเผยว่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และประธานเจ้าหน้าที่การตลาด เตรียมขายหุ้นรวมกัน 1.5 ล้านหุ้น
หุ้น InterContinental Hotels Group ปรับตัวขึ้น 1.1% หลังเจ้าของแบรนด์ Holiday Inn รายงานรายได้ต่อห้องพักทั่วโลกในไตรมาส 4 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้