ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดพุ่งขึ้นในวันนี้ (23 ก.พ.) หลังศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกามีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าจีนจะถูกเรียกเก็บภาษีน้อยลง ขณะเดียวกัน ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและทองคำ
ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 27,081.91 จุด เพิ่มขึ้น 668.56 จุด หรือ +2.53%
ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นกว่า 3% จากระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนเมื่อวันศุกร์ โดยได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นในภาค AI ของจีน โดยหุ้น SMIC ทะยานขึ้น 4.6%, Alibaba Hong Kong เพิ่มขึ้น 3.6% และ Tencent เพิ่มขึ้น 3.5%
ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มทองคำพุ่งขึ้นตามราคาทองคำ โดยหุ้น Zijin Gold Intl. พุ่งขึ้น 7.2%, Zhojin Mining ทะยาน 5.6% และ Laopu Gold เพิ่มขึ้น 2.8%
ทั้งนี้ ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 6-3 ประกาศยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์เมื่อวันศุกร์ โดยในคำตัดสินความยาว 170 หน้า ศาลมีคำวินิจฉัยว่า กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ได้ให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากรแต่อย่างใด โดยกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับมาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมเงินทุนในช่วงที่เกิดภาวะฉุกเฉินแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามจากต่างประเทศ
หลังศาลมีคำวินิจฉัยดังกล่าว ทรัมป์ได้ประกาศใช้ภาษีนำเข้าชั่วคราว 10% พร้อมสั่งเปิดการสอบสวนใหม่ภายใต้กฎหมายอื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าอาจนำไปสู่การจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมกับประเทศคู่ค้าหลายราย จากนั้นในวันถัดมา ทรัมป์ปรับเพิ่มอัตราภาษีดังกล่าวเป็น 15% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตามที่กฎหมายอนุญาต
อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายมองว่าอัตราภาษี 15% อาจเป็นประโยชน์ต่อหลายประเทศที่เคยถูกทรัมป์ขู่รีดภาษีสูงกว่านี้ เช่น จีนและอินเดีย เป็นต้น
ขณะเดียวกัน เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน โดยผู้นำสหรัฐฯ มีกำหนดเดินทางเยือนจีนระหว่างวันที่ 31 มี.ค. ถึง 2 เม.ย.นี้