ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ระดับสูงสุดใหม่ในวันพุธ (25 ก.พ.) หลัง HSBC ปรับเพิ่มเป้าหมายกำไร และหุ้นกลุ่มเหมืองแร่แตะระดับสูงสุดใหม่ ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับการที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาดิสรัปต์ธุรกิจดั้งเดิมนั้นเริ่มลดลง ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกดีขึ้น
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,806.41 จุด เพิ่มขึ้น 125.82 จุด หรือ +1.18%
ความต้องการรับความเสี่ยงทั่วโลกฟื้นตัว หลังสตาร์ตอัปด้าน AI จากสหรัฐฯ อย่าง Anthropic ประกาศความร่วมมือกับหลายบริษัทในวันพุธ (25 ก.พ.) เพื่อพัฒนาปลั๊กอินใหม่ ซึ่งสะท้อนว่าธุรกิจดั้งเดิมกำลังปรับตัวเข้ากับความก้าวหน้าของ AI แทนที่จะถูกแทนที่ในทันที
หุ้น HSBC พุ่งขึ้น 7.9% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังธนาคารปรับเพิ่มเป้าหมายตัวชี้วัดความสามารถในการทำกำไรสำคัญ ภายหลังรายงานกำไรประจำปีสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
นักวิเคราะห์ระบุว่า HSBC ปรับโครงสร้างเพื่อให้ความสำคัญกับลูกค้าที่มีฐานะมั่งคั่งมากขึ้น ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวดูเหมือนจะได้ผล เนื่องจากฝ่ายบริหารความมั่งคั่งรายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าปรับตัวขึ้น 3.8% แตะระดับสูงสุดตลอดกาล และหุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 3.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 หลังราคาทองแดงและทองคำปรับตัวสูงขึ้นตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของ FTSE 100 ในช่วงปีที่ผ่านมา ท่ามกลางการพุ่งขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์
เรเชล รีฟส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอังกฤษ มีกำหนดนำเสนอประมาณการเศรษฐกิจฉบับใหม่ในการปรับปรุงงบประมาณในวันอังคาร (3 มี.ค.)
ในบรรดาหุ้นรายตัวอื่น ๆ หุ้น Diageo ร่วงลง 12.7% หลัง เดฟ ลูอิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปีและเงินปันผล
หุ้น Hiscox ปรับตัวขึ้น 5.2% หลังบริษัทประกันภัยประกาศแผนซื้อหุ้นคืนมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และรายงานเบี้ยประกันภัยรับรวมตามสัญญาประกันภัยเพิ่มขึ้น 5.9% ในรอบปี
หุ้น Aston Martin ร่วงลง 2.9% หลังผู้ผลิตรถยนต์หรูเปิดเผยว่าจะปรับลดพนักงานลงสูงสุด 20% เพื่อให้ฟื้นตัวจากผลกระทบของภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และอุปสงค์ที่อ่อนแอในจีน