ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ในวันนี้ (4 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่เป็นผลมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งความกังวลดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากรายงานที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจออสเตรเลียขยายตัวได้ดีเกินคาดในไตรมาส 4/2568
ดัชนี S&P/ASX 200 ปิดที่ 8,901.20 จุด ลดลง 176.10 จุด หรือ -1.94% และดัชนี All Ordinaries ปิดที่ 9,117.10 จุด ลดลง 180.10 จุด หรือ -1.94%
สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) รายงานในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2568 ขยายตัว 0.8% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 0.6% ส่วนเมื่อเทียบเป็นรายปี GDP ขยายตัว 2.6% ซึ่งเป็นการเติบโตที่รวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.2%
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นออสเตรเลียถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต
หุ้นกลุ่มเหมืองทองคำร่วงลง 3.9% และได้ฉุดหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวลง 3%
ส่วนหุ้นกลุ่มสายการบินยังคงถูกเทขาย โดยหุ้น Virgin Australia ดิ่งลง 2.9% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน ขณะที่หุ้นสายการบินคู่แข่งอย่าง Qantas ร่วงลง 2.7%