ตลาดหุ้นโตเกียวพลิกฟื้นจากแดนลบกลับมาปิดในแดนบวกได้ในวันนี้ (6 มี.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อคืนในหุ้นที่ร่วงลงก่อนหน้านี้ ซึ่งเข้ามาช่วยชดเชยแรงขายจากความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 55,620.84 จุด เพิ่มขึ้น 342.78 จุด หรือ +0.62%
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด ได้แก่ หุ้นกลุ่มสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มสินเชื่อผู้บริโภค และกลุ่มเครื่องมือชั่งตวงวัด
ในการซื้อขายภาคเช้า ดัชนีนิกเกอิดิ่งลงไปกว่า 750 จุดในบางช่วงของการซื้อขาย หลังจากสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2567 รับรายงานข่าวที่ว่าอิหร่านได้เข้าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งประเด็นดังกล่าวยิ่งกระตุ้นให้ตลาดเกิดความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของราคาสัญญาน้ำมันดิบได้ชะลอความร้อนแรงลงในเวลาต่อมาระหว่างชั่วโมงการซื้อขายของตลาดหุ้นโตเกียว
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีหลักค่อย ๆ ขยับเข้าสู่แดนบวก จากแรงซื้อคืนในกลุ่มหุ้นบิ๊กแคปหลังจากที่ตลาดร่วงลงเมื่อวันก่อนหน้า นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ที่ถูกเทขายออกมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ยังปรับตัวขึ้นมาช่วยหนุนตลาดอีกด้วย
โบรกเกอร์ระบุว่า อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เผชิญแรงเทขาย หลังจากมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณากรอบเกณฑ์ใหม่เพื่อควบคุมการส่งออกชิป AI
โคอิจิ ฟูจิชิโระ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสถาบันวิจัยไดอิจิไลฟ์ (Dai-ichi Life Research Institute) กล่าวว่า "ความผันผวนที่ลดลง หรือการที่มีแรงช้อนซื้อหุ้นในราคาต่ำ สะท้อนให้เห็นว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดเริ่มกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้นแล้ว"