ดัชนีดาวโจนส์ทรุดตัวลงกว่า 700 จุด หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศว่า สหรัฐจะไม่มีการทำข้อตกลงเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน นอกจากอิหร่านจะยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข
ตลาดยังถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานลดลงในเดือนก.พ. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากการที่สหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ซึ่งจะกระตุ้นเงินเฟ้อ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
ณ เวลา 22.04 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ลบ 742.14 จุด หรือ 1.55% สู่ระดับ 47,212.16 จุด
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ ระบุว่า สหรัฐจะไม่มีการทำข้อตกลงใด ๆ กับอิหร่าน นอกจากอิหร่านจะยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า หลังจากอิหร่านมีการคัดเลือกผู้นำซึ่งเป็นที่ยอมรับ สหรัฐและพันธมิตรจะเข้าฟื้นฟูเศรษฐกิจอิหร่านใหัมีความแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 92,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าเพิ่มขึ้น 58,000 ตำแหน่ง
ทั้งนี้ การจ้างงานลดลงในเดือนก.พ.เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 5 เดือน หลังจากลดลง 17,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค.2568
การจ้างงานลดลงในเดือนก.พ.โดยได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น และการผละงานประท้วงภายในบริษัท Kaiser Permanente ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านสุขภาพรายใหญ่ของสหรัฐ
ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.4% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.3%
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งทะลุระดับ 89 ดอลลาร์/บาร์เรลในวันนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 91 ดอลลาร์/บาร์เรล
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า นายซาอัด อัล-คาบี รัฐมนตรีพลังงานของกาตาร์ กล่าวว่า สงครามในตะวันออกกลางอาจทำให้ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันในอ่าวอาหรับต้องหยุดการส่งออกภายในเวลาอีกไม่กี่วัน และคาดว่าราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งขึ้นถึง 150 ดอลลาร์/บาร์เรลในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หากเรือบรรทุกน้ำมันไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ