ตลาดหุ้นโตเกียวฟื้นตัวในวันนี้ (10 มี.ค.) หลังเผชิญแรงเทขายอย่างหนักเมื่อวาน โดยดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นเกือบ 3% จากความคาดหวังว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยุติลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ตามการส่งสัญญาณของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกอบกับราคาสัญญาน้ำมันดิบที่ชะลอความร้อนแรงลง
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 54,248.39 จุด พุ่งขึ้น 1,519.67 จุด หรือ +2.88%
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด ได้แก่ หุ้นกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก กลุ่มค้าส่ง และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า
หุ้นทุกกลุ่มดีดตัวขึ้นถ้วนหน้าหลังจากร่วงลงเมื่อวานนี้ โดยในระหว่างวัน ดัชนีนิกเกอิพุ่งทะยานไปกว่า 1,900 จุด หลังสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ร่วงลงอย่างหนัก
ความกังวลในตลาดผ่อนคลายลงหลังจากปธน.ทรัมป์ออกมากล่าวหลังปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ว่า สงครามกับอิหร่านน่าจะยุติลง "ในเร็ว ๆ นี้" แม้ว่าอิหร่านเพิ่งจะประกาศแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าจะมีจุดยืนแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ก็ตาม
ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากแรงช้อนซื้อหุ้นที่ร่วงลงก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ขณะที่ดัชนีได้ลดช่วงบวกบางส่วนลงในระหว่างการซื้อขายภาคบ่าย
โทชิคาซึ โฮริอุจิ นักกลยุทธ์ด้านตราสารทุนจากบริษัทหลักทรัพย์ อิวาอิคอสโม (IwaiCosmo Securities) ให้ความเห็นว่า นักลงทุนระยะสั้นอยู่เบื้องหลังความเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยระบุว่า "ถ้อยแถลงของทรัมป์เป็นปัจจัยกระตุ้นให้ฝั่งที่เทขายออกไปกลับมาซื้อคืน"
แม้ตลาดจะฟื้นตัว แต่ดัชนีนิกเกอิยังไม่สามารถกลับไปสู่ระดับก่อนหน้าวันจันทร์ได้ โดยในวันจันทร์นิกเกอิปิดดิ่งลงไปกว่า 2,800 จุด ทำสถิติปรับตัวลงรุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์
มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์จากฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ (Nomura Securities) กล่าวเตือนว่า "การโจมตีอิหร่านโดยอิสราเอลและสหรัฐฯ ยังไม่สิ้นสุดลง และเส้นทางที่จะนำไปสู่การยุติความขัดแย้งก็ยังคงไม่มีความชัดเจน"