ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมทั้งราคาน้ำมันในตลาดโลก และตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ
ณ เวลา 19.13 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 59 จุด หรือ 0.12% สู่ระดับ 47,686 จุด
โกลด์แมน แซคส์ออกรายงานระบุว่า ข้อเสนอของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ในการระบายน้ำมันจากคลังสำรองครั้งประวัติศาสตร์ อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบลดลงราว 7 ดอลลาร์/บาร์เรล
มีรายงานว่า IEA ได้เสนอให้มีการระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ในปริมาณมากเป็นประวัติการณ์ โดยมากกว่าจำนวน 182 ล้านบาร์เรลที่เคยเกิดขึ้นหลังรัสเซียใช้ปฏิบัติการพิเศษทางทหารโจมตียูเครนในปี 2565
โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า ความปั่นป่วนของการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย อาจทำให้ปริมาณน้ำมันหายไปจากตลาดราว 15.4 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งหาก IEA ระบายน้ำมันมากกว่า 182 ล้านบาร์เรล และครึ่งหนึ่งของน้ำมันที่ถูกปล่อยออกมาได้ถูกเก็บไว้ในคลังของกลุ่มประเทศองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ปริมาณน้ำมันดังกล่าวอาจช่วยชดเชยการสูญเสียอุปทานได้ราว 12 วัน และส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง
ทั้งนี้ IEA เตรียมจัดการประชุมพิเศษในวันนี้เพื่อหารือเกี่ยวกับการระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน โดย IEA ประกอบด้วยสมาชิกมากกว่า 30 ประเทศในยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และ IEA ถือครองน้ำมันสำรองรวมกันประมาณ 1.2 พันล้านบาร์เรล
'เราคิดว่าปัจจัยสำคัญที่สุดยังคงเป็นระยะเวลาของการทำสงคราม ดังนั้น การระบายน้ำมันจากคลังสำรองของ IEA เป็นเพียงการช่วยซื้อเวลาให้เราได้เพียงไม่กี่วัน ซึ่งในความเป็นจริง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าช่องแคบฮอร์มุซจะถูกเปิดให้ขนส่งน้ำมันได้หรือไม่ โดยความขัดแย้งนี้จำเป็นต้องยุติลงภายในสัปดาห์นี้ มิฉะนั้นเราจะเห็นราคาน้ำมันพุ่งกลับขึ้นไปทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล' นางซาชา ฟอสส์ นักวิเคราะห์ตลาดพลังงานจาก Marex กล่าวกับสำนักข่าว CNBC
กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนก.พ.ในวันนี้
ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนก.พ. หลังจากปรับตัวขึ้น 2.4% เช่นกันในเดือนม.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนก.พ. จากระดับ 0.2% ในเดือนม.ค.
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.5% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 2.5% เช่นกันในเดือนม.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนก.พ. จากระดับ 0.3% ในเดือนม.ค.