ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดดิ่งลงกว่า 400 จุด ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่ยังคงปรับตัวขึ้น แม้สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน
ณ เวลา 23.17 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ลบ 471.35 จุด หรือ 0.99% สู่ระดับ 47,235.16 จุด
ทั้งนี้ IEA ประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์มากถึง 400 ล้านบาร์เรลในวันนี้ เพื่อรับมือกับภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันที่เกิดจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
การระบายน้ำมันจากคลังสำรองในครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ IEA โดยมากกว่าจำนวน 182 ล้านบาร์เรลที่เคยเกิดขึ้นหลังรัสเซียใช้ปฏิบัติการพิเศษทางทหารโจมตียูเครนในปี 2565
'เราคิดว่าปัจจัยสำคัญที่สุดยังคงเป็นระยะเวลาของการทำสงคราม ดังนั้น การระบายน้ำมันจากคลังสำรองของ IEA เป็นเพียงการช่วยซื้อเวลาให้เราได้เพียงไม่กี่วัน ซึ่งในความเป็นจริง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าช่องแคบฮอร์มุซจะถูกเปิดให้ขนส่งน้ำมันได้หรือไม่ โดยความขัดแย้งนี้จำเป็นต้องยุติลงภายในสัปดาห์นี้ มิฉะนั้นเราจะเห็นราคาน้ำมันพุ่งกลับขึ้นไปทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล' นางซาชา ฟอสส์ นักวิเคราะห์ตลาดพลังงานจาก Marex กล่าวกับสำนักข่าว CNBC
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนก.พ.ในวันนี้
ทั้งนี้ ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากปรับตัวขึ้น 2.4% เช่นกันในเดือนม.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนก.พ. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.2% ในเดือนม.ค.
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.5% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากปรับตัวขึ้น 2.5% เช่นกันในเดือนม.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนก.พ. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.3% ในเดือนม.ค.