ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 300 จุด ขานรับราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ
ณ เวลา 20.40 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ บวก 331.02 จุด หรือ 0.71% สู่ระดับ 46,889.49 จุด
ราคาน้ำมัน WTI ดิ่งลงกว่า 4% หลุดระดับ 95 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงกว่า 1% หลุดระดับ 102 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากที่นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐกำลังอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อให้มีการจัดส่งน้ำมันเข้าสู่ตลาด
ทั้งนี้ ปริมาณเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ลดลงอย่างมาก หลังจากอิหร่านประกาศโจมตีเรือในอ่าวเปอร์เซีย อย่างไรก็ดี อิหร่านยังคงส่งออกน้ำมันดิบหลายล้านบาร์เรลผ่านเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่าสหรัฐมีกองทัพเรืออยู่ในภูมิภาคดังกล่าว
ขณะเดียวกัน นายเบสเซนต์กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐไม่มีแผนที่จะเข้าแทรกแซงตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าเพื่อกดราคาน้ำมัน และแม้ต้องการจะทำเช่นนั้น ก็อาจไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะดำเนินการได้
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันถูกกดดันจากรายงานของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ซึ่งรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เตรียมประกาศแผนการจัดตั้งพันธมิตรนานาชาติเพื่อคุ้มกันเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอาจมีการประกาศอย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้
'ตลาดเชื่อว่าสหรัฐมีความได้เปรียบในการทำสงครามกับอิหร่านในขณะนี้ และอิหร่านอาจจะยอมเข้ามาเจรจาข้อตกลง ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายในสัปดาห์นี้' ศาสตราจารย์เจเรมี ซีเกล จาก Wharton School of the University of Pennsylvania กล่าวในรายการ Squawk Box ของสำนักข่าว CNBC
นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 17-18 มี.ค. โดยคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้
นอกจากนี้ ตลาดจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด หลังเสร็จสิ้นการประชุม เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ รวมทั้งจับตารายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ ในรายงาน Dot Plot ครั้งล่าสุดในการประชุมเฟดในเดือนธ.ค.2568 เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง ๆ ละ 0.25% ในปี 2569 และลดอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ๆ ละ 0.25% ในปี 2570 ก่อนที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดแตะเป้าหมายระยะยาวที่ระดับ 3%