ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ (17 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มยานยนต์และกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากบริษัทอินวิเดีย (Nvidia) เปิดเผยการคาดการณ์รายได้ที่แข็งแกร่งจากยอดสั่งซื้อชิปตัวหลักของบริษัท และยังได้ประกาศความร่วมมือกับบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ในเอเชีย
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 54,013.73 จุด เพิ่มขึ้น 262.58 จุด หรือ +0.49%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับที่ 26,088.07 จุด เพิ่มขึ้น 254.05 จุด หรือ +0.98% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 4,083.03 จุด ลดลง 1.76 จุด หรือ -0.04%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 2.4% และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียบวก 0.37%
หุ้น SK Hynix ซึ่งเป็นผู้จัดหาชิปหน่วยความจำให้กับ Nvidia และหุ้น Samsung Electronics ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ยาวนานหลายทศวรรษของ Nvidia พุ่งขึ้นกว่า 3% และ 4% ตามลำดับ หลังจากเจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia กล่าวในงานประชุมนักพัฒนาประจำปีเมื่อวันจันทร์ว่า เขาคาดการณ์ว่ายอดสั่งซื้อชิป Blackwell และ Vera Rubin จะสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2570
หุ้นของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อย่าง Hyundai Motor, Nissan Motor และ Isuzu รวมถึง BYD และ Geely ของจีน ต่างปรับตัวขึ้น หลังจาก Nvidia ประกาศว่ากำลังร่วมมือกับบริษัทเหล่านี้ในธุรกิจพัฒนายานยนต์ไร้คนขับ
ทั้งนี้ หุ้น Hyundai Motor พุ่งขึ้น 4.74% ขณะที่หุ้น Nissan Motor และ Isuzu ปรับตัวขึ้นกว่า 2% และ 1.66% ตามลำดับ ส่วนหุ้น BYD พุ่งขึ้น 2.96% และหุ้น Geely ทะยานขึ้น 5%
ด้านคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) มีมติด้วยคะแนนเสียง 5 ต่อ 4 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.1% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในวันนี้ สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ และเกิดขึ้นในขณะที่อัตราเงินเฟ้อของออสเตรเลียยังคงสูงกว่ากรอบบนของเป้าหมายที่ RBA กำหนดไว้ที่ 3% โดยคาดว่าความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางอาจจะผลักดันให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นอีก