ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดร่วง 768.11 จุด หลังเฟดคงดบ. ส่งสัญญาณปรับลดครั้งเดียวปีนี้

ข่าวต่างประเทศ Thursday March 19, 2026 06:27 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 700 จุดในวันพุธ (18 มี.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด และส่งสัญญาณว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ ขณะเดียวกันกรรมการเฟดได้ระบุถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน และสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,225.15 จุด ลดลง 768.11 จุด หรือ -1.63%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,624.70 จุด ลดลง 91.39 จุด หรือ -1.36% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,152.42 จุด ลดลง 327.11 จุด หรือ -1.46%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลง หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันพุธ พร้อมกับเปิดเผยการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ และไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจนว่าจะปรับลดเมื่อใด

ตลาดปรับตัวลงอีก หลังจากเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดกล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า ความไม่แน่นอนของสงครามอิหร่านอาจทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

พาวเวลยังกล่าวด้วยว่า เฟดกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เนื่องจากต้องรับมือกับความเสี่ยงที่ตลาดแรงงานจะอยู่ในช่วงขาลงและความเสี่ยงเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้การตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นเรื่องยาก

นักวิเคราะห์จาก Angeles Investments ให้ความเห็นว่า เฟดกำลังรอดูสถานการณ์ ความท้าทายของเฟดคือต้องสร้างสมดุลระหว่างภารกิจการจ้างงานที่เต็มศักยภาพและฉุดเงินเฟ้อให้ลดลงสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน หากสงครามอิหร่านยืดเยื้อและราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง ก็อาจจะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง แต่การผ่อนคลายนโยบายการเงินในตอนนี้จะกลายเป็นความผิดพลาด เพราะจะยิ่งทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น

ตลาดยังถูกกดดันจากรายงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่าดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) พุ่งขึ้น 3.4% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.9% หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนม.ค. โดยดัชนี PPI มีความเสี่ยงที่จะเพิ่มขึ้นอีกเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ต้นทุนการขนส่งและต้นทุนน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันเบรนท์ทะยานขึ้นเกือบ 4% และขยับเข้าใกล้ระดับ 110 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมีรายงานว่ากองทัพอากาศอิสราเอลได้โจมตีคลังเก็บก๊าซและน้ำมันของอิหร่านในแหล่งเซาท์พาร์ส (South Pars) และอาซาลูเยห์ (Asaluyeh)

หุ้นทั้ง 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงลง 2.4% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยร่วงลง 2.3%

ส่วนหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Nvidia ปรับตัวลง 0.8% แม้มีรายงานว่าทางบริษัทได้รับอนุมัติจากรัฐบาลจีนให้จำหน่ายชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นอันดับสองในประเทศจีน

หุ้น AMD บวก 1.6% หลังบริษัททำข้อตกลงกับ Samsung Electronics เพื่อขยายขอบข่ายการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการจัดหาชิปหน่วยความจำสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI

หุ้น Apollo Global Management ซึ่งเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ พุ่งขึ้น 2.1% โดยราคาหุ้นฟื้นตัวหลังจากถูกเทขายออกมาอย่างหนักก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อของบริษัทในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อภาคเอกชน (Private Credit)

หุ้น Macy's ซึ่งเป็นผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า พุ่งขึ้น 4.7% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรรายไตรมาสที่สูงเกินคาด และคาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบจากมาตรการทางภาษีศุลกากรไม่มากนักในช่วงครึ่งหลังของปี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ