ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดดิ่งลงในวันนี้ (19 มี.ค.) เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะเกิดภาวะ Stagflation ซึ่งเป็นภาวะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงและการเติบโตทางเศรษฐกิจอ่อนแอลง โดยล่าสุดราคาน้ำมันกลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้งหลังจากที่มีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในตะวันออกกลาง
ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ระดับ 25,500.58 จุด ลดลง 524.84 จุด หรือ -2.02%
หุ้น Knowledge Atlas ดิ่งลง 12.5%, Tencent ร่วงลง 7.0% และ China Hongqiao Group ร่วงลง 6.3% ขณะที่หุ้นกลุ่มทองคำร่วงหนักหลังจากที่ราคาทองคำร่วงลงหลุดระดับ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ เป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือน โดยหุ้น Zijin Gold Intl. ดิ่งลง 9.5%, Zhaojin Mining ดิ่งลง 8.6% และ Laopu Gold ร่วงลง 5.5%
ตลาดวิตกกังวลหลังจากอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส (South Pars) ของอิหร่าน และอิหร่านโต้กลับด้วยการโจมตีนิคมอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน (Ras Laffan Industrial City) ของกาตาร์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกดีดตัวขึ้นอีกครั้ง
นอกจากนี้ ผลการประชุมเฟดยังฉุดความเชื่อมั่นของตลาด โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50%-3.75% ในการประชุมวันพุธ พร้อมกับเปิดเผยการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ และไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจนว่าจะปรับลดเมื่อใด
เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า ความไม่แน่นอนของสงครามอิหร่านอาจทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาธนาคารกลางจีนประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ในวันศุกร์นี้ (20 มี.ค.) โดยคาดว่าจะมีการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 ในเดือนมี.ค.
เมื่อเดือนก.พ. ธนาคารกลางจีนมีมติคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีเอาไว้ที่ระดับ 3% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีเอาไว้ที่ระดับ 3.5% ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 แม้การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงก็ตาม