ดัชนีดาวโจนส์เปิดตลาดในแดนลบ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้น และจะเป็นปัจจัยชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ณ เวลา 20.32 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ลบ 57.77 จุด หรือ 0.13% สู่ระดับ 45,963.66 จุด
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การซื้อขายจะเป็นไปอย่างผันผวนในวันนี้ เนื่องจากตรงกับวัน quadruple witching ซึ่งเป็นวันครบกำหนดส่งมอบออปชั่นหุ้น ออปชั่นดัชนี สัญญาฟิวเจอร์ดัชนี และสัญญาฟิวเจอร์หุ้นรายตัวพร้อมกัน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นเพียงปีละ 4 ครั้ง ซึ่งจะทำให้มีการซื้อขายตราสารอนุพันธ์มูลค่านับล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนทำการปรับสมดุลพอร์ต หรือปิดสถานะการลงทุน
ดัชนีหลักของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทมีแนวโน้มปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงลง 1.2% นับตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ลดลง 0.4% และ 0.1% ตามลำดับ
นอกจากนี้ ดัชนีดาวโจนส์และ Nasdaq ต่างก็กำลังเข้าใกล้ภาวะปรับฐาน โดยขณะนี้ดัชนีดาวโจนส์อยู่ต่ำกว่าระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ราว 8.3% ส่วนดัชนี Nasdaq อยู่ต่ำกว่าระดับปิดสูงสุดตลอดกาลที่ทำไว้เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมเกือบ 8%
'ความเคลื่อนไหวทั้งหมดในระยะสั้นขึ้นอยู่กับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยเราคิดว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ไม่ใช่เป็นเดือน' นายสก็อตต์ เรน นักกลยุทธ์ตลาดโลกอาวุโสจากสถาบัน Wells Fargo Investment Institute กล่าว
สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ร่วมกันวานนี้ โดยระบุว่า ทั้ง 6 ชาติพร้อมเข้าร่วมในความพยายามที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะมีความปลอดภัย และจะดำเนินมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงาน
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า เจ้าหน้าที่น้ำมันของซาอุดีอาระเบียเชื่อว่าราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งทะลุ 180 ดอลลาร์/บาร์เรล หากการทำสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลและอิหร่านยืดเยื้อไปจนถึงปลายเดือนเมษายน