ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (27 มี.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานานนับเดือนยังไม่มีแนวโน้มว่าจะสิ้นสุดลง ซึ่งความกังวลดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากรายงานที่ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เลื่อนกำหนดเส้นตายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 53,145.33 จุด ลดลง 458.32 จุด หรือ -0.86%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 24,992.06 จุด เพิ่มขึ้น 135.63 จุด หรือ +0.55% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 3,899.12 จุด เพิ่มขึ้น 10.04 จุด หรือ +0.26%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 1.8% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.30%
ปธน.ทรัมป์ประกาศขยายเส้นตายในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน จนถึงวันที่ 6 เม.ย. จากเดิมที่กำหนดไว้ในวันนี้ เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายมีเวลาในการเจรจากันมากขึ้น
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า การขยายเวลาดังกล่าวเป็นไปตามคำร้องขอของรัฐบาลอิหร่าน และคำร้องขอนี้ได้รับการอนุมัติเพื่อแลกกับการที่อิหร่านเปิดทางให้เรือบรรทุกน้ำมัน 10 ลำสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเขากล่าวว่านี่คือ "ของขวัญ" จากอิหร่าน
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียช่วงเช้านี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่า กำไรของบริษัทรายใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมของจีนพุ่งขึ้น 15.2% ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนธ.ค. 2568 ที่ปรับตัวขึ้น 5.3% โดยได้แรงหนุนจากการที่รัฐบาลจีนเพิ่มความพยายามในการควบคุมผลกระทบจากภาวะกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรมและอุปสงค์ที่ซบเซาในกลุ่มผู้บริโภค