ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักในวันศุกร์ (27 มี.ค.) โดยดัชนีหลักทั้งสามตัวปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 6 เดือน ท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลางที่ยาวนานนับเดือนซึ่งกดดันความต้องการความเสี่ยงของนักลงทุน
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,166.64 จุด ลดลง 793.47 จุด หรือ -1.73% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,368.85 จุด ลดลง 108.31 จุด หรือ -1.67% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,948.36 จุด ลดลง 459.72 จุด หรือ -2.15%
ดัชนีดาวโจนส์ลดลงมากกว่า 10% จากระดับปิดสูงสุดเมื่อวันที่ 10 ก.พ. และกลายเป็นดัชนีหลักล่าสุดที่ยืนยันการเข้าสู่ช่วงปรับฐาน ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงการปรับลด 10% จากระดับสูงสุดก่อนหน้า
ดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ต่างเผชิญการปรับตัวลงรายสัปดาห์ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5 โดยเป็นช่วงขาลงต่อเนื่องยาวนานที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี
หุ้นเมกะแคปเป็นตัวกดดัชนี S&P มากที่สุด โดยหุ้น Nvidia ร่วงลง 2.2% ขณะที่หุ้น Amazon ร่วง 4% และหุ้นซอฟต์แวร์ก็เผชิญแรงขายต่อเนื่อง ทำให้ดัชนี S&P500 กลุ่มซอฟต์แวร์และบริการปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. 2566
หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคร่วง 3.1% เป็นกลุ่มที่ทำผลงานแย่ที่สุดใน 11 กลุ่มหลักของ S&P500 หลังจากผู้ประกอบการเรือสำราญ Carnival ลดคาดการณ์กำไรประจำปีที่ปรับแล้ว ทำให้ราคาหุ้นร่วง 4.3% ส่วนหุ้น Norwegian ร่วง 6.9%
ดัชนีความผันผวน CBOE ซึ่งถือเป็นมาตรวัดความกลัวของตลาดวอลล์สตรีท ปรับขึ้น 3.61 จุด ปิดที่ 31.05 เป็นระดับปิดสูงสุดตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นพร้อมกับสินค้าอื่น ๆ เช่น ปุ๋ย อันเนื่องมาจากสงครามอิหร่าน ทำให้ความกังวลด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และลดความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางอื่น ๆ จะมีพื้นที่ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ตลาดแทบไม่ได้คลายความกังวลจากการประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้เวลาอิหร่านอีก 10 วันในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากไม่ปฏิบัติตามจะเผชิญการทำลายล้างโรงงานพลังงาน หลังจากอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอในการยุติสงครามที่เริ่มจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ สามารถบรรลุเป้าหมายต่ออิหร่านโดยไม่ต้องใช้กำลังทหารภาคพื้นดิน และคาดว่าการปฏิบัติการจะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ แม้มีการส่งกำลังเสริมไปยังภูมิภาคเมื่อเร็ว ๆ นี้
เครื่องมือ FedWatch ของ CME ชี้ว่าตลาดประเมินความน่าจะเป็นราว 25% ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมของเฟดในเดือนต.ค.
แอนนา พอลสัน ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียยอมรับถึงความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจจากภาวะสงคราม แต่ไม่ได้ระบุว่ามีผลต่อมาตรการทางการเงินในระยะสั้นอย่างไร
ส่วนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนในเดือนมี.ค. ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง