ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 500 จุด ขณะที่ราคาน้ำมันยังคงดีดตัวขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่เพิ่มความรุนแรงในการโจมตีอิหร่าน ทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังต่อการผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะปิดทำการในวันศุกร์ที่ 3 เม.ย. เนื่องในวัน Good Friday
ณ เวลา 20.39 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ลบ 587.42 จุด หรือ 1.26% สู่ระดับ 45,978.32 จุด
ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทะลุระดับ 112 ดอลลาร์/บาร์เรล สูงกว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งอยู่ที่ระดับ 109 ดอลลาร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่เพิ่มความรุนแรงในการโจมตีอิหร่าน ทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังที่จะเห็นการผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
'ยิ่งราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงนานเท่าไร ผู้บริโภคก็จะมีเงินใช้จ่ายน้อยลงเท่านั้น และเศรษฐกิจก็จะชะลอตัวมากขึ้น' นายเควิน มาห์น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Hennion & Walsh กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC ในรายการ Squawk Box
นายมาห์นกล่าวว่า เขาไม่คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะทำการปรับอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ และตลาดคงต้องรอให้ความขัดแย้งคลี่คลายลง ก่อนที่จะเห็นการชะลอตัวของราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ
ด้านนายจอร์จ เอฟสตาโธปูลอส ผู้จัดการพอร์ตของ Fidelity International กล่าวว่า ตลาดคาดการณ์ 2 สถานการณ์จากแถลงการณ์ของปธน.ทรัมป์ โดยคาดว่าเขาจะส่งสัญญาณว่าจะถอนตัวจากสงคราม หรือจะเพิ่มความรุนแรงละทำให้ความไม่แน่นอนยืดเยื้อออกไป
'เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์เป็นไปในแบบที่ 2' นายเอฟสตาโธปูลอสกล่าว และระบุว่าคำแถลงของปธน.ทรัมป์จะยิ่งกระตุ้นภาวะ "หลีกเลี่ยงความเสี่ยง" ในตลาด ขณะที่นักลงทุนรอให้ความไม่แน่นอนคลี่คลายลง
ส่วนนายไจลส์ อัลสตัน นักวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเมืองจาก Oxford Analytica กล่าวว่า การเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่น่าจะกลับมาได้ในเร็ว ๆ นี้
'ตอนนี้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า สหรัฐจะวางมือจากการแก้ปัญหาการขนส่งน้ำมันออกจากช่องแคบฮอร์มุซ และปล่อยให้ประเทศที่ต้องขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบนี้ไปจัดการกันเอง' นายอัลสตันกล่าวต่อสำนักข่าว CNBC
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น 65,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. หลังจากลดลง 92,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. นอกจากนี้ คาดว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.4% ในเดือนมี.ค.