ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบมากกว่าหนึ่งเดือนในวันพุธ (8 เม.ย.) หลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านตกลงให้มีการหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นโลกพุ่งขึ้น และราคาน้ำมันร่วงลงอย่างรุนแรง
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,608.88 จุด เพิ่มขึ้น 260.09 จุด หรือ +2.51%
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงดังกล่าวในช่วงดึกของวันอังคาร (7 เม.ย.) เพียงสองชั่วโมงก่อนเส้นตายที่เขากำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดกั้น มิฉะนั้นจะเผชิญกับการทำลายล้าง "อารยธรรมทั้งหมด"
การเปลี่ยนแปลงในนาทีสุดท้ายช่วยยกระดับความเชื่อมั่น เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบซึ่งรองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณหนึ่งในห้าของโลก จะกลับมาฟื้นตัว
แต่แม้อิสราเอลและสหรัฐฯ จะหยุดโจมตีอิหร่าน ช่วงเดียวกันอิสราเอลกลับเพิ่มความรุนแรงในสงครามคู่ขนานกับเลบานอน
บริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ รวมถึง BP และ Shell ร่วงลง 5.8% และ 4.7% ตามลำดับ หลังราคาน้ำมันดิบร่วงลงอย่างหนัก
บริษัท Shell ปรับลดคาดการณ์การผลิตก๊าซในไตรมาสแรก แต่ระบุว่าจะมีกำไรจากการซื้อขายน้ำมันเพิ่มขึ้น และสภาพคล่องตึงตัวในระยะสั้น
หุ้นกลุ่มผู้สร้างบ้าน, กลุ่มธนาคาร และกลุ่มบริษัทด้านการเดินทางปรับตัวขึ้นนำตลาด
บรรดานักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยประมาณ 0.32% ในปีนี้ ลดลงจาก 0.63% ที่มีการคาดกันไว้เมื่อวันอังคาร
ราคาบ้านในสหราชอาณาจักรลดลงอย่างไม่คาดคิดในเดือนมี.ค. เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากสงครามอิหร่านส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อ ตามข้อมูลของผู้ให้สินเชื่อจำนอง Halifax
เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะเดินทางไปอ่าวเปอร์เซียในวันพุธนี้เพื่อร่วมเจรจากับผู้นำในภูมิภาค เพื่อพยายามให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดใช้งานได้อย่างถาวร
หุ้น Gamma Communications บริษัทโทรคมนาคมของอังกฤษ พุ่งขึ้นมากกว่า 16% หลังระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเบื้องต้นกับหลายฝ่ายเพื่อพิจารณาการขายบริษัท