ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงในวันนี้ (9 เม.ย.) ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจจะกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากประธานรัฐสภาอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 55,997.18 จุด ลดลง 311.24 จุด หรือ -0.55%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 25,801.87 จุด ลดลง 91.15 จุด หรือ -0.35% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,965.70 จุด ลดลง 29.30 จุด หรือ -0.73%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 1.53% และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 0.12%
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านกล่าวหาว่า สหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ โดยระบุว่า ข้อเสนอหยุดยิง 10 ข้อของอิหร่านได้ถูกละเมิดไปแล้ว 3 ข้อ โดยการละเมิดเหล่านั้นประกอบด้วย การที่อิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง การที่มีโดรนรุกล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของอิหร่าน และการปฏิเสธสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
"ในสถานการณ์เช่นนี้ การหยุดยิงแบบทวิภาคีหรือการเจรจาจึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล" กาลิบาฟระบุบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในวันพุธ (8 เม.ย.)
ถ้อยแถลงของประธานรัฐสภาอิหร่าน มีขึ้นไม่ถึงหนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า เขาตกลงที่จะระงับการโจมตีเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อแลกกับการที่อิหร่านอนุญาตให้เรือแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ในช่วงเวลาดังกล่าว
นอกจากนี้ คำกล่าวของประธานรัฐสภาอิหร่านยังส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ และทำให้เกิดความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดอาจกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้อุปทานพลังงานอยู่ในภาวะชะงักงัน
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมัน WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. พุ่งขึ้น 2.86% แตะระดับ 97.27 ดอลลาร์/บารเรล และสัญญาน้ำมันเบรนท์ส่งมอบเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 2.08% แตะที่ระดับ96.83 ดอลลาร์/บาร์เรล