ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วง นักลงทุนกังวลศึกตะวันออกกลางยืดเยื้อ

ข่าวต่างประเทศ Monday April 13, 2026 17:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลงในวันนี้ (13 เม.ย.) หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ส่งผลให้ตลาดยังคงเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์

ณ เวลา 17.17 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลดลง 257 จุด หรือ -0.53% สู่ระดับ 47,872 จุด ขณะที่นักลงทุนจำนวนมากหันมาใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบระมัดระวัง หลังประเมินว่าความขัดแย้งในภูมิภาคมีแนวโน้มยืดเยื้อ

ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากข้อตกลงหยุดยิงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังคงอยู่ในภาวะไม่แน่นอน เนื่องจากไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมในการเจรจาทางการทูตระหว่างสองประเทศในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ในเวลาเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาความเป็นไปได้ของการปิดล้อมทางเรือต่อท่าเรือของอิหร่าน หลังมีรายงานว่ากองกำลังทหารสหรัฐฯ อยู่ห่างจากการเริ่มปฏิบัติการดังกล่าวเพียงไม่กี่ชั่วโมง ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระตุ้นให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

ราคาน้ำมันดิบกลับขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันนี้ หลังจากก่อนหน้านี้แตะระดับสูงสุดในรอบ 26 เดือน

การพุ่งขึ้นของต้นทุนเชื้อเพลิงยังส่งผลให้ราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปีในเดือนมี.ค. ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง และเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น

บรรยากาศการลงทุนสะท้อนภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง โดยนักลงทุนโยกเงินเข้าสู่ดอลลาร์สหรัฐและลดการถือครองหุ้นลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หุ้นหลายกลุ่มเผชิญแรงขาย

หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยหุ้น Delta Air Lines ร่วงลง 2.2% และหุ้น JetBlue Airways ร่วงลง 3.8% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด หลังสายการบินทั้งสองเตือนว่าต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ต้องปรับขึ้นค่าโดยสาร

ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวในทิศทางบวก โดยหุ้น Chevron, Exxon Mobil และ ConocoPhillips ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 2% ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น

อีกปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจคือการเปิดฤดูกาลรายงานผลประกอบการของสหรัฐฯ โดย Goldman Sachs จะเป็นบริษัทแรกที่รายงานผลประกอบการในวันนี้ ขณะที่หุ้นของ Goldman ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด

นักลงทุนยังจับตาความเห็นของผู้บริหารอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลา 7 สัปดาห์

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันและมุมมองรายไตรมาสของ Goldman จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่าตลาดจะยังคงสะท้อนความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในราคาหุ้นต่อไป หรือผลประกอบการของบริษัทจะกลับมาเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดอีกครั้ง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ