ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างถาวร ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,589.99 จุด เพิ่มขึ้น 30.41 จุด หรือ +0.29%
เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านรายหนึ่งเปิดเผยว่า การเจรจาในกรุงอิสลามาบัดช่วยเพิ่มความหวังต่อการเจรจารอบที่สอง แม้ยังคงมีความเห็นแตกต่างพื้นฐานเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์
หุ้นบริษัทพลังงานรายใหญ่ อาทิ BP และ Shell ปรับตัวขึ้น 3.9% และ 1.2% ตามลำดับ หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวขึ้นมากกว่า 3%
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น 0.8% ตามการบวกขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาโลหะพื้นฐานอย่างอะลูมิเนียมและทองแดง
หุ้น Rio Tinto ปรับตัวขึ้น 1.7% ขณะที่หุ้น Glencore และ Anglo American เพิ่มขึ้น 0.5% เท่ากัน
หุ้น Tesco พุ่งขึ้น 4.7% แม้ว่าผู้ค้าปลีกสินค้าอาหารจะระบุว่า แนวโน้มกำไรยังเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ดัชนีหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนบุคคล, ยา และสินค้าอุปโภคบริโภค ปรับตัวขึ้น 0.4%
หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ปรับตัวลง 0.3% โดยหุ้น Natwest Group ร่วงลง 1% และหุ้น Barclays ลดลง 0.7%
บริษัทบริหารสินทรัพย์ Ashmore ร่วงลง 4.8% หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านส่งผลให้เกิดเงินทุนไหลออกสุทธิ
หุ้นกลุ่มก่อสร้าง Morgan Sindall พุ่งขึ้น 7.3% หลังปรับเพิ่มแนวโน้มกำไร ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มก่อสร้างและวัสดุปรับตัวขึ้น 1.8%
หุ้น easyJet ร่วงลง 5% หลังเตือนว่าผลขาดทุนในช่วงครึ่งปีแรกจะเพิ่มขึ้น
หุ้นบริษัททดสอบผลิตภัณฑ์ Intertek พุ่งขึ้น 9% หลังปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการมูลค่า 7.93 พันล้านปอนด์ หรือประมาณ 1.074 หมื่นล้านดอลลาร์ จาก EQT AB บริษัทไพรเวทอีควิตีสัญชาติสวีเดน