ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าร่วงลงในวันนี้ (17 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากนิกเกอิพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใกล้ระดับ 60,000 จุดเมื่อวานนี้ ขณะที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นอีกครั้งได้สร้างแรงกดดันต่อตลาดเพิ่มเติม
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 58,930.87 จุด ร่วงลง 587.47 จุด หรือ -0.99%
สำหรับหุ้นที่ปรับตัวลงนำตลาด ได้แก่ หุ้นกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ กลุ่มค้าส่ง และกลุ่มธนาคาร
แรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนให้ตลาดพุ่งทะยานขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี ได้เป็นตัวเร่งให้ตลาดปรับตัวลง ขณะที่การทะลวงผ่านระดับ 60,000 จุด ซึ่งเป็นระดับสำคัญทางจิตวิทยาของดัชนีนิกเกอิ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการปรับตัวขึ้นในระยะต่อไป
แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 10 วันระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนจะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ความเชื่อมั่นของตลาดยังถูกบั่นทอนจากรายงานที่ระบุว่า อิหร่านได้กล่าวว่า การเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ ในขั้นต่อไปจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ หากไม่มีการดำเนินมาตรการที่จำเป็นล่วงหน้าเสียก่อน
นอกจากนี้ ปัจจัยที่เข้ามากดดันความต้องการลงทุนเพิ่มเติมคือข่าวที่ว่า รัสเซียได้เปิดฉากโจมตียูเครนทางอากาศครั้งใหญ่ ซึ่งถือเป็นการโจมตีที่รุนแรงและคร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในรอบหลายเดือน