ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงในวันนี้ (17 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากนิกเกอิพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใกล้ระดับ 60,000 จุดเมื่อวานนี้ ขณะที่มีความระมัดระวังเพิ่มขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าอาจมีการเจรจาสันติภาพตะวันออกกลางเพิ่มเติมในช่วงสุดสัปดาห์นี้
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 58,475.90 จุด ร่วงลง 1,042.44 จุด หรือ -1.75%
หุ้นที่ปรับตัวลงนำตลาด ได้แก่ หุ้นกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ และกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์
แรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนให้ตลาดพุ่งทะยานขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี ได้เป็นตัวเร่งให้ตลาดปรับตัวลง ขณะที่ระดับ 60,000 จุด ซึ่งเป็นระดับสำคัญทางจิตวิทยาของดัชนีนิกเกอิ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการปรับตัวขึ้นในระยะต่อไป
โบรกเกอร์ระบุว่า หลังจากดัชนีพุ่งทะยานขึ้นต่อเนื่อง 3 วันรวมกว่า 3,000 จุดจากความคาดหวังเรื่องการเจรจาสันติภาพตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน นักลงทุนก็ได้เทขายทำกำไรก่อนช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อาจมีการจัดการเจรจาเพิ่มเติมขึ้นได้
มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์จากฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระเปิดเผยว่า "ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีปัจจัยลบอะไรที่สำคัญมากนัก แต่เราก็เห็นแรงขายทำกำไรให้ตลาดพักตัวลงบ้าง หลังจากที่พุ่งทะยานขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา"
ทั้งนี้ โบรกเกอร์กล่าวเสริมว่า ความเชื่อมั่นของตลาดยังถูกบั่นทอนจากรายงานที่ระบุว่า อิหร่านเปิดเผยว่า การเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ ในขั้นต่อไปจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ หากไม่มีการดำเนินมาตรการที่จำเป็นล่วงหน้าเสียก่อน นอกจากนี้ ปัจจัยที่เข้ามากดดันความต้องการลงทุนเพิ่มเติมคือข่าวที่ว่า รัสเซียได้เปิดฉากโจมตียูเครนทางอากาศครั้งใหญ่ ซึ่งถือเป็นการโจมตีที่รุนแรงและคร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในรอบหลายเดือน