ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (23 เม.ย.) โดยปรับตัวตามทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขยายเวลาการหยุดยิงกับอิหร่าน นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 59,758.64 จุด เพิ่มขึ้น 172.78 จุด หรือ +0.29%, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,110.79 จุด เพิ่มขึ้น 4.53 จุด หรือ +0.11% และดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,098.81 จุด ลดลง 64.43 จุด หรือ -0.25%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 1.75% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ลดลง 0.56%
ปธน.ทรัมป์ประกาศขยายระยะเวลาการหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าอิหร่านจะยื่นข้อเสนอหรือจนกว่าการหารือจะได้ข้อสรุป พร้อมระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ จะยังคงดำเนินการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านต่อไป
ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวลง 0.14% มาอยู่ที่ระดับ 92.83 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงเช้านี้ ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนท์ลดลง 0.17% สู่ระดับ 101.74 ดอลลาร์/บาร์เรล
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจเอเชียในช่วงเช้านี้ ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยรายงานเบื้องต้นระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงของเกาหลีใต้ ขยายตัว 1.7% ในไตรมาส 1/2569 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการขยายตัวรายไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3/2563 และสูงกว่าที่ BOK คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 0.9%
BOK ระบุว่า แม้วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางยังคงดำเนินอยู่ในขณะนี้ แต่เศรษฐกิจของเกาหลีใต้ในไตรมาสแรกยังสามารถเติบโตได้รวดเร็วที่สุดในรอบ 5 ปีครึ่ง โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่ง และอุปสงค์ภายในประเทศที่มีความยืดหยุ่น