ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าวันนี้ (23 เม.ย.) ปรับตัวลดลงจากความกังวลว่าตลาดอาจร้อนแรงเกินไป แม้ระหว่างวันจะพุ่งทะลุระดับ 60,000 จุดได้เป็นครั้งแรก โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในช่วงเปิดตลาด
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 58,952.11 จุด ลดลง 633.75 จุด หรือ -1.06%
ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิทะยานผ่านแนวต้านทางจิตวิทยาสำคัญที่ระดับ 60,000 จุดอย่างรวดเร็วหลังเปิดตลาด โดยแตะระดับสูงสุดที่ 60,013.98 จุด จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ เนื่องจากนักลงทุนมั่นใจในผลประกอบการของบริษัทกลุ่มนี้ในช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบการเงิน
วาตารุ อากิยามะ นักกลยุทธ์จากฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ ให้ความเห็นว่า การพุ่งขึ้นของตลาดในครั้งนี้มีหุ้นเพียงบางตัวเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
ขณะเดียวกัน บรรยากาศการลงทุนยังคงได้รับปัจจัยบวกจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวถึงการหยุดยิงอย่างไม่มีกำหนดในสงครามอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนนี้และตลาดหุ้นโตเกียวเมื่อวันพุธ (22 เม.ย.) ปรับตัวขึ้น โดยบรรดาเทรดเดอร์ระบุว่าความเชื่อมั่นดังกล่าวยังคงมีอยู่
อย่างไรก็ตาม หลังจากดัชนีพุ่งทะลุ 60,000 จุด ได้เกิดแรงขายจากโปรแกรมเทรด (Program Selling) กดดันให้ดัชนีปรับตัวลดลง และดิ่งลงลึกขึ้นในช่วงปลายภาคเช้า เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังภาวะตลาดที่ร้อนแรงเกินไป
หากย้อนกลับไปก่อนสงครามอิหร่านปะทุ ดัชนีนิกเกอิเคยขยับเข้าใกล้ระดับ 60,000 จุด และแตะจุดสูงสุดระหว่างวันที่กว่า 59,000 จุด เมื่อวันที่ 26 ก.พ. หลังจากพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ชนะการเลือกตั้งทั่วไปอย่างถล่มทลายเมื่อต้นเดือนดังกล่าว
ทว่าหลังจากนั้น ตลาดหุ้นร่วงลงอย่างหนักจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งกระตุ้นแรงขายในญี่ปุ่นในฐานะประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน โดยดัชนีร่วงลงไปแตะระดับ 50,500 จุดในช่วงสั้น ๆ ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นมาทำสถิติสูงสุดใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน และทำลายสถิติอีกครั้งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา