ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงในวันนี้ (23 เม.ย.) หลังจากมีรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้สกัดเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านอย่างน้อย 3 ลำในน่านน้ำเอเชีย ซึ่งข่าวดังกล่าวได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเป็นการตอกย้ำว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อต่อไป
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 58,952.11 จุด ลดลง 633.75 จุด หรือ -1.06%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 25,870.37 จุด ลดลง 292.87 จุด หรือ -1.12% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,073.71 จุด ลดลง 32.54 จุด หรือ -0.79%
ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.88% ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ลดลง 0.74%
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการเดินเรือและความมั่นคงเปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้สกัดเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดธงอิหร่านอย่างน้อย 3 ลำในน่านน้ำเอเชีย และกำลังเปลี่ยนเส้นทางเรือเหล่านั้นให้ออกห่างจากตำแหน่งใกล้กับอินเดีย มาเลเซีย และศรีลังกา
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกองทัพเรืออิหร่านได้เข้ายึดเรือบรรทุกสินค้าจำนวน 2 ลำในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
สถานการณ์ล่าสุดนี้ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นเอเชียเป็นไปอย่างผันผวนและปิดภาคเช้าอ่อนแรงลง หลังจากตลาดหลายแห่งพุ่งขึ้นในช่วงเปิดการซื้อขาย ซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ภายหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขยายเวลาการหยุดยิงกับอิหร่าน รวมทั้งได้ปัจจัยหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจเอเชียในช่วงเช้านี้ ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยรายงานเบื้องต้นระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงของเกาหลีใต้ ขยายตัว 1.7% ในไตรมาส 1/2569 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการขยายตัวรายไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3/2563 และสูงกว่าที่ BOK คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 0.9%
BOK ระบุว่า แม้วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางยังคงดำเนินอยู่ในขณะนี้ แต่เศรษฐกิจของเกาหลีใต้ในไตรมาสแรกยังสามารถเติบโตได้รวดเร็วที่สุดในรอบ 5 ปีครึ่ง โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่ง และอุปสงค์ภายในประเทศที่มีความยืดหยุ่น