ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดทรงตัว วิตกสงคราม-ศก.อ่อนแอกดดันตลาด

ข่าวต่างประเทศ Friday April 24, 2026 06:41 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหุ้นยุโรปปิดทรงตัวในวันพฤหัสบดี (23 เม.ย.) เนื่องจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความล้มเหลวของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ได้บดบังผลประกอบการของบริษัทที่ออกมาดี

ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 614.20 จุด เพิ่มขึ้น 0.32 จุด หรือ +0.05%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,227.32 จุด เพิ่มขึ้น 70.89 จุด หรือ +0.87%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,155.45 จุด ลดลง 39.45 จุด หรือ -0.16% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,457.01 จุด ลดลง 19.45 จุด หรือ -0.19%

อิหร่านเผยแพร่ภาพหน่วยคอมมานโดบุกขึ้นเรือบรรทุกสินค้า ตอกย้ำการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจาสันติภาพล่มลง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ตลาดกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของข้อตกลงหยุดยิงที่ยังเปราะบาง

หุ้นยุโรปยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงคราม โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าตลาดมีความเปราะบางต่อราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง และยังตามหลังตลาดสหรัฐฯ ซึ่งดัชนีในตลาดวอลล์สตรีทยังคงซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนช่วยหนุนบรรยากาศตลาดบางส่วน โดยแนวโน้มภาวะการเงินของบริษัทในยุโรปปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย จากข้อมูลล่าสุดของ LSEG ซึ่งระบุว่าบริษัทบลูชิพที่ไม่รวมกลุ่มพลังงาน คาดว่าจะรายงานกำไรไตรมาส 1 เพิ่มขึ้น 0.4%

หุ้น Nestle พุ่งขึ้น 5.9% หลังบริษัทอาหารบรรจุหีบห่อรายใหญ่ที่สุดของโลกเปิดเผยว่า ธุรกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่านเพียงเล็กน้อยในขณะนี้ ส่งผลให้ดัชนีกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มปรับตัวขึ้น 1.6%

กลุ่มโทรคมนาคมปรับตัวขึ้น 1.6% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้น Nokia ที่พุ่งขึ้น 6.4% หลังบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจ AI และรายงานกำไรไตรมาส 1 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

ดัชนีกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลและสินค้าในครัวเรือนเพิ่มขึ้น 1.3% โดยหุ้น L'Oreal พุ่งขึ้น 9% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 หลังบริษัทเครื่องสำอางของฝรั่งเศสรายงานยอดขายไตรมาส 1 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

หุ้น Safran เพิ่มขึ้น 2.4% หลังบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์เครื่องบินของฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ธุรกิจระบบขับเคลื่อนขีปนาวุธมีแนวโน้มเติบโตอย่างมากในระยะกลาง และระบุว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่น่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการในไตรมาส 2

กลุ่มเฮลท์แคร์ขยับขึ้นเล็กน้อย 0.2% โดยหุ้น Sanofi เพิ่มขึ้น 1.2% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 สูงกว่าที่คาดการณ์

หุ้น Roche เพิ่มขึ้น 3.8% แม้ว่าบริษัทจะรายงานว่ายอดขายไตรมาส 1 ลดลงจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ Bloomberg รายงานว่ายารักษาโรคมะเร็งของบริษัทเตรียมเปิดตัวภายในสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มธนาคารลดลง 1.2% และเป็นแรงกดดันสำคัญต่อดัชนี

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ กิจกรรมทางธุรกิจในยูโรโซนหดตัวลงอย่างไม่คาดคิดในเดือนเม.ย. 2569 โดยสงครามอิหร่านส่งผลให้ความต้องการชะลอตัว ขณะที่ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ