ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกในวันนี้ (24 เม.ย.) โดยทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง นำโดยแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นตามหุ้นกลุ่มชิปของสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลที่คลี่คลายลงเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 59,716.18 จุด เพิ่มขึ้น 575.95 จุด หรือ +0.97%
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำ ได้แก่ หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ กลุ่มขนส่งทางทะเล รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก
ปัจจัยที่ช่วยพยุงตลาดหุ้นโตเกียวและกระตุ้นบรรยากาศการลงทุน คือการโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการ ซึ่งระบุว่า อิสราเอลกับเลบานอนตกลงขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 3 สัปดาห์
ขณะเดียวกัน ดัชนีนิกเกอิยังได้รับแรงส่งเพิ่มเติมจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ ท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับผลประกอบการที่สดใสของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
วาตารุ อากิยามะ นักกลยุทธ์จากฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ ระบุว่า "ดัชนีนิกเกอิซึ่งมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีอยู่มาก คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของตลาด AI อย่างต่อเนื่อง"