ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุด ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และทิศทางการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
ณ เวลา 20.06 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก 124 จุด หรือ 0.25% สู่ระดับ 49,466 จุด
ราคาหุ้นของเจเนอรัล มอเตอร์ (GM) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ และบริษัทโคคา-โคล่าพุ่งขึ้นในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
ตลาดจับตาการประกาศผลประกอบการของ Alphabet, Amazon, Meta Platforms และ Microsoft ในวันพรุ่งนี้ ขณะที่ Apple จะประกาศผลประกอบการในวันพฤหัสบดี
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้ทำการหารือเกี่ยวกับข้อเสนอของอิหร่านร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในการประชุมที่ห้องประเมินสถานการณ์ (Situation Room) ในทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ ขณะที่สื่อรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ผู้เข้าร่วมการประชุมว่า ปธน.ทรัมป์ไม่พอใจต่อข้อเสนอของอิหร่าน ซึ่งให้ทั้งสองฝ่ายยุติการสู้รบ และมุ่งเน้นแก้ไขวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ โดยให้เปิดช่องแคบและยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ก่อนที่จะกลับมาเจรจาประเด็นนิวเคลียร์ในภายหลัง
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 28-29 เม.ย. ซึ่งจะเป็นการประชุมเฟดเป็นครั้งสุดท้ายของนายเจอโรม พาวเวล ในฐานะประธานเฟด ก่อนที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 15 พ.ค.
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 100% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 29 เม.ย.