ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งแรงในวันพฤหัสบดี (30 เม.ย.) ขณะที่นักลงทุนพิจารณาปัจจัยรอบด้าน ทั้งการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย รวมถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันและความตึงเครียดล่าสุดในตะวันออกกลาง
ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,378.82 จุด เพิ่มขึ้น 165.71 จุด หรือ +1.62%
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 8 ต่อ 1 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.75% ในการประชุมวันพฤหัสบดี สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
สมาชิก MPC จำนวน 8 รายลงมติคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 1 รายเสนอให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.0%
รายงานระบุว่า ธนาคารกลางอังกฤษได้นำเสนอ 3 ฉากทัศน์สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร เพื่อประเมินทางเลือกในการดำเนินนโยบายการเงินท่ามกลางวิกฤตในตะวันออกกลางและภาวะวิกฤตราคาพลังงาน
ในรายงานนโยบายการเงินฉบับเดือนเม.ย. ระบุว่า ฉากทัศน์เหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ของเศรษฐกิจ และช่วยประเมินทิศทางราคาพลังงาน รวมถึงผลกระทบต่อเนื่องที่อาจเกิดขึ้นกับการตั้งราคาและค่าจ้างภายในประเทศ ทั้งนี้ ในทั้ง 3 ฉากทัศน์พบว่า อัตราเงินเฟ้อในระยะสั้นมีแนวโน้มสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ในรายงานฉบับเดือนก.พ.
แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ กล่าวในการแถลงข่าวว่า "ทิศทางต่อไปหลังจากนี้ จะขึ้นอยู่กับขนาดและระยะเวลาของผลกระทบจากราคาพลังงาน"
ทั้งนี้ BoE ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีที่แล้ว และมีการคาดการณ์ว่า BoE อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ขณะที่เงินเฟ้อกำลังกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%
อย่างไรก็ดี สงครามอิหร่านได้เปลี่ยนแปลงการคาดการณ์ดังกล่าว โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่า BoE อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับการดีดตัวขึ้นของเงินเฟ้อ ซึ่งสัญญาณเริ่มปรากฏให้เห็นจากข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดที่แสดงว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดีดตัวขึ้น 3.3% ในเดือนมี.ค. จากระดับ 3% ในเดือนก.พ. โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน บรรยากาศการซื้อขายในวันพฤหัสบดีได้แรงหนุนจากการที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจากระดับสูงเป็นประวัติการณ์ โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 4.02 ดอลลาร์ หรือ 3.41% ปิดที่ 114.01 ดอลลาร์/บาร์เรล ในวันพฤหัสบดี
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องประเมินสถานการณ์ต่อไป หลัง Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เตรียมนำเสนอแผนปฏิบัติการทางทหารที่อาจใช้กับอิหร่าน ต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณถึงการสิ้นสุดของภาวะหยุดยิงที่เปราะบาง และอาจบ่งชี้ถึงการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในระยะยาว
สำหรับหุ้นเด่นในวันพฤหัสบดี ได้แก่ หุ้น United Utilities ที่ปิดบวกถึง 11% หลังจากรายงานผลประกอบการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมประกาศขยายแผนการลงทุน และเตรียมระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นมูลค่า 800 ล้านปอนด์เพื่อรองรับโครงการดังกล่าว
หุ้น Rolls-Royce พุ่ง 7.6% หลังรายงานผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง พร้อมให้ความเชื่อมั่นว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางได้
หุ้น DCC ร่วงลง 5.8% หลังจากบริษัทตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอเข้าซื้อกิจการจากกลุ่มนักลงทุนที่นำโดย Kohlberg Kravis Roberts (KKR) โดยให้เหตุผลว่าข้อเสนอดังกล่าวประเมินมูลค่าต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับศักยภาพในอนาคตของบริษัท
หุ้น Whitbread เจ้าของเครือโรงแรม Premier Inn ปิดลบ 6.3% ภายหลังการประกาศแผนปรับลดพนักงานจำนวน 3,800 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัท