ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งทะยานทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือระดับ 62,000 จุดในวันนี้ (7 พ.ค.) โดยสร้างสถิติพุ่งขึ้นรายวันด้วยจำนวนจุดที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์กว่า 3,300 จุด ท่ามกลางความหวังว่าจะมีการทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ผนวกกับแรงไล่ซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีมาร์เก็ตแคปสูง ซึ่งช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดวงกว้างให้คึกคัก
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 62,833.84 จุด พุ่งขึ้น 3,320.72 จุด หรือ +5.58% ทุบสถิติการปรับตัวขึ้นด้วยจำนวนจุดที่มากที่สุดที่เคยทำไว้เมื่อเดือนส.ค. 2567
สำหรับกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด ได้แก่ หุ้นกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ รวมถึงกลุ่มสารสนเทศและการสื่อสาร
ดีลเลอร์กล่าวว่า หลังจากตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการยาวช่วงวันหยุดตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพุธ ตลาดหุ้นโตเกียวก็กลับมาพุ่งทะยาน โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานของ Axios ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังดำเนินการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงคราม และวางกรอบสำหรับการเจรจานิวเคลียร์ที่มีรายละเอียดมากขึ้น
มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์จากฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ กล่าวอ้างอิงถึงรายงานข่าวเชิงบวกเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางว่า "ความพยายามของสหรัฐฯ กับอิหร่านในการหาข้อประนีประนอมเพื่อยุติสงครามดูเหมือนจะมีโมเมนตัมพุ่งแรงขึ้นตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา"
นอกจากนี้ แรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังเป็นอีกแรงหนุนหลักที่ดันตลาดให้ปรับตัวขึ้นตามทิศทางดัชนี Nasdaq ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ที่ปิดทำนิวไฮเมื่อคืนวันพุธ รับอานิสงส์การประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
ในการซื้อขายภาคบ่าย ดัชนีนิกเกอิยังคงวิ่งขึ้นขยายช่วงบวกจนทำนิวไฮระหว่างวันครั้งใหม่ที่ระดับ 63,091.14 จุด และทะลุแนวต้าน 63,000 จุดได้เป็นครั้งแรก โดยมีหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ้นชิป (เซมิคอนดักเตอร์) ยืนบวกค้ำตลาดไว้อย่างเหนียวแน่น
โชตะ ซันโดะ นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นจากสถาบันวิจัยโตไก โตเกียว กล่าวว่า "นักลงทุนบางส่วนอาจจะถูกบีบให้ต้องไล่ซื้อคืนเพื่อแก้พอร์ตจากโพสิชันที่เคยระมัดระวังมากเกินไป หรือไม่ก็ทนไม่ไหวต้องรีบเคาะขวาเพราะกลัวตกรถรอบนี้"