ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (7 พ.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลดลงเช่นกัน ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิป ซึ่งรวมถึงหุ้น Intel
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,596.97 จุด ลดลง 313.62 จุด หรือ -0.63%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,337.11 จุด ลดลง 28.01 จุด หรือ -0.38% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,806.20 จุด ลดลง 32.75 จุด หรือ -0.13%
บรรยากาศการซื้อขายได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพ โดยแม้แหล่งข่าวเปิดเผยว่าสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังขยับเข้าใกล้การทำข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงคราม โดยอิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอที่จะยุติการสู้รบ แต่ประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งรุนแรงที่สุดนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไข
สำนักข่าว IRNA ของอิหร่านรายงานโดยอ้างโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า อิหร่านยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม และยังไม่ได้ส่งคำตอบใด ๆ ให้แก่สหรัฐฯ ซึ่งสวนทางกับที่สำนักข่าว Al Arabiya รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากปากีสถานระบุว่า อิหร่านอาจส่งคำตอบเกี่ยวกับข้อเสนอ 9 ข้อของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเงื่อนไขเพื่อยุติสงคราม ผ่านทางปากีสถานภายในวันพฤหัสบดีที่ 7 พ.ค.
ด้านหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานโดยอ้างอิงสถานีโทรทัศน์ Press TV ของรัฐบาลอิหร่านว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านระบุว่า อิหร่านจะไม่ยอมให้สหรัฐฯ กลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วย "แผนการที่ไม่เป็นจริง"
หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มวัสดุร่วงลง 1.83% และกลุ่มพลังงานดิ่งลง 1.78% ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น 0.08%
หุ้น Intel และ หุ้น Advanced Micro Devices (AMD) ต่างก็ร่วงลง 3% เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากราคาหุ้นพุ่งขึ้นเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ ส่วนดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ร่วงลง 2.7% ส่งผลให้การเติบโตของดัชนี PHLX ในไตรมาสนี้ลดลงเหลือ 47%
หุ้น Arm Holdings ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดิ่งลงกว่า 10% เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของบริษัทในการจัดหาวัตถุดิบให้เพียงพอสำหรับการผลิตชิป AI รุ่นใหม่ ซึ่งความกังวลดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ผลกำไรที่แข็งแกร่ง
หุ้น Whirlpool ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ร่วงลง 12% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายไตรมาสแรกที่ต่ำกว่าคาด และระงับการจ่ายเงินปันผล
อย่างไรก็ดี หุ้น Nvidia และหุ้น Microsoft ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 2% ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน AI ในวอลล์สตรีท
ส่วนหุ้น Datadog ซึ่งเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยบนระบบคลาวด์ ทะยานขึ้น 31% หลังจากบริษัทปรับเพิ่มการคาดการณ์ผลกำไรรายปี ขณะที่หุ้นของบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างหุ้น CrowdStrike พุ่งขึ้น 8% และหุ้น Palo Alto Networks ปรับตัวขึ้น 7%
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันนี้ (8 พ.ค.) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 62,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 178,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.3% ในเดือนเม.ย.
นักวิเคราะห์จับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มตลาดแรงงานและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขณะที่เบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ คาดการณ์ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยต่อไปอีกนานในอนาคต เนื่องจากต้องรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง