ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดปรับตัวลงในวันนี้ (11 พ.ค.) โดยแม้ดัชนีจะพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงต้นของการซื้อขาย แต่แรงเทขายทำกำไรจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นได้เข้ามาหักล้างแรงบวกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดที่ระดับ 62,417.88 จุด ลดลง 295.77 จุด หรือ -0.47%
หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำตลาดได้แก่ หุ้นกลุ่มอาหารและกลุ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ขณะที่หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงได้แก่ กลุ่มสารสนเทศและการสื่อสาร ตลอดจนกลุ่มอุปกรณ์การขนส่ง
ในช่วงต้นของการซื้อขาย ดัชนีนิกเกอิพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 63,385.04 จุด โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ปรับตัวขึ้นตามหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดสหรัฐฯ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม แรงบวกในช่วงแรกหายไปทั้งหมดจากการเทขายทำกำไร ประกอบกับราคาสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่พุ่งแตะระดับ 100 ดอลลาร์ในช่วงสั้น ๆ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้กดดันบรรยากาศการลงทุนให้ซบเซาลง
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงคาดหวังว่าตลาดจะปรับตัวขึ้นต่อจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่น ส่งผลให้หุ้นกว่าครึ่งหนึ่งในดัชนีนิกเกอิปิดตลาดในระดับที่สูงขึ้น
โทชิคาซุ โฮริอูจิ นักกลยุทธ์ตลาดทุนจากบริษัทหลักทรัพย์ อิวาอิ คอสโม กล่าวว่า "เงินทุนจากการเทขายหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมีราคาสูงและร้อนแรงเกินไป กำลังไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่มอื่น ๆ"